หัวหน้าภท. พร้อมจับมือ สส. ทุกขั้ว ทำงานเต็มที่ แม้ไม่โหวตให้ นั่งนายกฯ ย้ำเห็นทุกคนเป็นเพื่อน เป็นมิตร น้อมรับกระแสพระราชดำรัสยึดถือความถูกต้องและประโยนชน์สุขประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด
วันนี้ (19มี.ค.) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ได้พิจารณาเรื่องด่วน พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกเสนอชื่อให้สภาฯ ลงมติ อภิปรายต่อที่ประชุมตอนหนึ่งว่ายืนยันว่าตนไม่ว่าสส.จากพรรคใด จะลงคะแนนเสียงสนับสนุนให้ตนเป็นนายกฯ หรือไม่ แต่หัวใจของตนสส.ทุกคนคือผู้แทนของปวงชนชาวไทย เสียงทุกคนคือเสียงที่ดังเท่ากัน ตนพร้อมรับคำแนะนำ วิจารณ์ ข้อเสนอแนะต่างๆ ไปปฏิบัติหากตนมีโอกาสได้ทำหน้าที่บริหารประเทศฐานะหัวหน้ารัฐบาล ตนขอให้คำยืนยันต่อสส. รวมถึง สมาชิกรัฐสภาทุกคนว่า จะเป็นนายกฯ ที่ทำงานร่วมกันอย่างสุดกำลังความสามารถกับผู้แทนนปวงชนชาวไทย เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนน้อมรับกระแสพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว คราวเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อ 14 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า ขอให้ยึดถือความถูกต้องและประโยนชน์สุขประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใดๆในสภาฯ จะดำเนินไปตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ และสำเร็จเป็นประโยชน์ประเทศ ประชาชนอย่างแท้จริง ทุกคนทราบดีว่า ตั้งแต่ได้พบกันในสภาฯ ตนเห็น และถือว่าทุกคนเป็นมิตร เป็นเพื่อนที่ดีของตน และยิ่งกว่านั้น คือ มีเป้าหมายร่วมกันคือประโยชน์ของประเทศและประชาชน ดังนั้นถ้าตนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายยกฯ ตนและรัฐบาลของตนจะสนับสนุนงานด้านนิติบัญญัติร่วมกันกับรัฐสภาอย่างเต็มที่
“ด้วยความเคารพต่อการตัดสินใจของสส. ไม่ว่าผลเป็นอย่างไร ผมพร้อมรับคำตัดสิน และตนขอขอบคุณทุกเสียงที่มอบให้ตนเป็นนายกฯ เมื่อ ก.ย. 68 ขอบคุณ ข้าราชการและประชาชน ที่ทำให้รัฐบาลของผมบริหารราชการแผ่นดินได้ แมว่าจะมีเสียงข้างน้อยเป็นครั้งงแรกในรัฐสภา แต่ไม่เป็นอุปสรรคที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายหลายอย่าง และแม้ว่าขณะนี้มีปัญหาที่ต้องแก้ไขต่อไป ผมมั่นใจวาด้วยความร่วมมือทุกท่าน รัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์และแก้ปัญหาให้เต็มประสิทธิภาพ โดยเร็วที่สุด” นายอนุทิน อภิปราย
จากนั้นที่ประชุมสภาฯ ได้เข้าสู่กระบวนการลงคะแนนเลือกว่าจะสนับสนุนนายอนุทิน หรือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคประชาชน ให้เป็นนายกฯคนต่อไป

