จับตาโหวตนายกฯวันนี้ แม้โผไม่พลิก 'อนุทิน' จ่อเข้าป้ายนั่งเก้าอี้ผู้นำ แต่เวทีสภาเดือดแน่ เมื่อ 'อภิสิทธิ์' เตรียมลุกขึ้นอภิปรายชำแหละคุณสมบัติทุกแง่มุม
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 19 มีนาคม ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีวาระการเลือกนายกรัฐมนต ซึ่งตามขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 มีลำดับมีดังนี้ 1. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่จะถูกเสนอชื่อให้ที่ประชุมสภาฯได้นั้น ต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีของพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88 และต้องมาจากพรรคการเมืองที่มี ส.ส. 25 คนขึ้นไป 2. บุคคลดังกล่าวต้องมี ส.ส. รับรองอย่างน้อย 50 คน 3. การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องกระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผยด้วยการเรียกให้ส.ส.ลงมติทีละคนตามลำดับอักษร และให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคน 4.บุคคลที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา คือ 250 คนขึ้นไป
แม้ว่าในทางการเมืองแล้ว ไม่น่าจะมีการพลิกโผเนื่องจากพรรคภูมิใจไทยสามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้แล้ว และนายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะยังคงชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แต่อีกด้านหนึ่งมีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้มีมติพรรคในการใช้สิทธิ์งดออกเสียงในครั้งนี้ โดยพรรคมอบหมายให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้อภิปรายถึงคุณสมบัติของบุคคลที่จะมาดำรงนายกรัฐมนตรี
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. บัญชีรายชื่อ และประธานส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์มีมติงดออกเสียงในการโหวตนายกรัฐมนตรี เพราะจากที่ผ่านมาพรรคจะลงมติงดออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ และหากที่ประชุม ให้สมาชิกอภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีพรรคมีมติให้นายอภิสิทธิ์เป็นผู้อภิปรายและชี้แจงเหตุผลรายละเอียดว่าเหตุใดพรรคจึงงดออกเสียง อย่างไรก็ตาม พรรคได้รับการประสานจากประธานสภาผู้แทนราษฎรในการเชิญหัวหน้าพรรคหารือ ที่สภาฯ ในเวลา 09.00 น.ซึ่งทำให้ไม่แน่ใจว่าอาจจะไม่ให้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ก็ได้แต่หวังว่าเสียงข้างมากในสภาฯคือพรรคภูมิใจไทยจะเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก และตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่สำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน คุณสมบัติความโปร่งใส ก็ควรได้รับการตรวจสอบ จากสภาฯด้วยเช่นกัน

