ราคาน้ำมันปรับขึ้นในวันพุธ(18มี.ค.) หลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ขู่แก้แค้นโจมตีที่ตั้งทางพลังงานหลายแห่งทั่วตะวันออกกลาง ก่อความเสี่ยงความปั่นป่วนทางอุปทานพลังงานเพิ่มเติม ส่วนวอลล์สตรีทและทองคำปรับลด หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและมีแววคงอัตรราดอกเบี้ยไว้เป็นเวลานาน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 11 เซนต์ ปิดที่ 96.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 3.96 ดอลลาร์ ปิดที่ 107.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
บ่อก๊าซปาร์ส แหล่งพลังงานขนาดใหญ่ของอิหร่านถูกโจมตีในวันพุธ(18มี.ค.) ระหว่างสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ถือเป็นสถานการณ์ลุกลามครั้งใหญ่ ที่กระตุ้นให้เตหะรานเตือนไปยังบรรดาเพื่อนบ้านว่าที่ตั้งทางพลังงานของพวกเขาจะเป็นเป้าหมายการโจมตีในอีกไม่กี่ชั่วโมง อิหร่านเตือนว่าจะโจมตีโรงกลั่น โรงงานเคมีและบ่อก๊าซ ในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกาตาร์
สงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน ระงับการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญ คิดเป็นสัดส่วน 20 % ของอุปทานน้ำมันและแอลเอ็นจีของโลก รวมแล้วมันทำให้อุปทานในตะวันออกกลางลดลงราว 7 ล้านถึง 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7% ถึง 10% ของอุปสงค์โลก
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันพุธ(18มี.ค.) หลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม และคาดหมายว่าจะมีการปรับลดอัราดอกเบี้ยแค่ 1 รอบในปีนี้ ท่ามกลางความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสงครามที่อเมริกาและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน
ดาวโจนส์ ลดลง 768.11 จุด (1.63 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 46,225.15 เอสแอนด์พี ลดลง 91.39 จุด (1.36 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,724.70 จุด แนสแดค ลดลง 327.11 จุด (1.46 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 22,152.42 จุด
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 11-1 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ตามการคาดการณ์ของตลาด
ตามการคาดการณ์ใหม่ของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียงแค่ 0.25% ในปีนี้ แต่ไม่ได้ระบุว่าจะมีขึ้นเมื่อไหร่
ส่วนราคาทองคำปรับลดในวันพุธ(18มี.ค.) จากการแข็งค่าของดอลลาร์และความคาดหมายว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยเป็นเวลานานกว่าเดิม ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนเมษายน ลดลง 2.2 % ปิดที่ 4,896.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์)

