อรรถพลย้ำน้ำมันมีพอรับสงกรานต์ แนะประชาชนลดใช้ 10% ประหยัด 3 บาท ด้านประธานสภาฯ ชวนประหยัดพลังงานด้วยจิตวิญญาณ
ในที่สุดก็อั้นไม่ไหวแล้วสำหรับราคาน้ำมันล่าสุดได้ทยอยขึ้นในบางรายการยกเว้นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ กับ E20 เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาเติม E20 มากขึ้น เนื่องจาก E20 เป็นน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอล ซึ่งผลิตได้เองภายในประเทศ จะทำให้ลดสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบที่มีราคาแพงจากต่างประเทศ และจะทำให้ปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขอยืนยันว่าน้ำมันดิบจากต้นทางมีเพียงพอ มีกำลังการกลั่น 100% เต็มกำลังการผลิต แต่ติดปัญหาอยู่ที่การขนส่ง ส่วนแผนสำรองการรับมือการใช้พลังงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ซึ่งจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมากนั้น ได้สั่งให้โรงกลั่นน้ำมันเพิ่มกำลังการผลิต โดยบางแห่งมีกำลังการผลิตเกินกว่า 100% เพื่อให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอ สิ่งที่อยากขอร้องประชาชนคือไม่อยากให้แตกตื่นว่าน้ำมันจะหมดจากประเทศไทย เพราะมีปัญหาเพียงแค่การขนส่ง ไม่ควรกักตุนน้ำมันไว้
นายอรรถพลยังกล่าวถึงขั้นตอนการเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากประเทศรัสเซีย ว่าการค้าน้ำมันในประเทศไทยเป็นรูปแบบตลาดเสรี ผู้ค้าสามารถเจรจาขอซื้อได้ โดยจะใช้กลไกของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ที่เป็นผู้ค้าหลักในประเทศ ซึ่งราคาที่ประเทศรัสเซียขายให้เป็นราคาตามตลาด ไม่ใช่ราคาพิเศษ ส่วนที่สหรัฐอเมริกายกเว้นให้หลายประเทศซื้อขายน้ำมันกับรัสเซียได้นั้น คือเฉพาะน้ำมันที่บรรจุใส่เรือบรรทุกน้ำมันแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการแอบขายแบบไม่ถูกต้อง ขณะนี้จึงมีการประกาศให้ขายได้และมีกำหนดเพียง 30 วัน รวมถึงต้องดูระบบการโอนเงินซื้อขาย ซึ่งยอมรับว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ ซึ่งน้ำมันดิบประเทศไทยสามารถหาได้จากแหล่งอื่นอยู่แล้ว ล่าสุดสามารถตกลงซื้อขายได้เพิ่มจากประเทศแองโกลาเกือบ 2 ล้านบาร์เรล และจากสหรัฐอเมริกากว่า 6 แสนบาร์เรล ฉะนั้นจึงย้ำว่าต้นทางน้ำมันดิบและปริมาณการกลั่นมีเพียงพอ
นายอรรถพล ย้ำว่า ถ้าอยากให้ราคาน้ำมันลดลง สมมติดีเซลอยู่ที่ 30 บาท/ลิตร อยากให้ลด 3 บาท สามารถทำได้ด้วยตัวเอง หากคิดสัดส่วน 3 บาท คือ 10% ถ้าลดการใช้ 10% ทำให้ราคาถูกลง แล้วเงินออกจากกระเป๋าน้อยลง อยากให้ช่วยกันประหยัดมากขึ้น แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติหรือไม่วิกฤติก็ตาม
ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมส่วนราชการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหารือถึงมาตรการประหยัดพลังงานในพื้นที่รัฐสภา โดยระบุตอนหนึ่งว่า การประหยัดพลังงานมี 2 แนวทางคือ ประหยัดด้วยจิตวิญญาณ คือ ทำโดยไม่รอให้ใครบอก และใช้มาตรการเพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตนอยากให้สภาฯ ตั้งเป้าลดการใช้พลังงาน 30% เมื่อเทียบกับช่วงที่ค่าไฟของสภาฯมีราคาสูงสุด เพื่อแสดงให้เห็นผลงาน เช่น จากค่าไฟที่ใช้ 10,000 บาท ให้เหลือ 7,000 บาท หรือ มีไฟ 100 ดวง ลดให้เหลือ 70 ดวง ห้องไหนที่สามารถใช้แสวงสว่างจากธรรมชาติได้ ให้ลดการเปิดหลอดไฟ เป็นต้น
นายโสภณ กล่าวด้วยว่า ตนขอให้วางมาตรการและแผนไว้ แม้จะทำไม่ได้ 100% แต่เป็นความพยายามที่จะทำ เพื่อทำให้เห็นเป็นภาพของสภาฯยุคใหม่ ทั้งนี้ตอนที่ผมอยู่กระทรวง มีการกินข้าวกับข้าราชการ 2 เดือนต่อครั้ง มีการเขียนข้อความถึงตน เพื่อสะท้อนการทำงาน โดยอยากให้มี เพื่อสะท้อนความคิดเห็น นอกจากนั้นแล้วขอให้พิจารณามาตรการลดการใช้ถุงพลาสติก เพื่อลดปริมาณขยะ รวมถึงลดการใช้น้ำประปาในพื้นที่รัฐสภาด้วย

