xs
xsm
sm
md
lg

“กกต.-ปปช.-ดีเอสไอ” เป่า 3 คดีดัง รับขั้วสีน้ำเงินเถลิงอำนาจ ** หลัง“ไอติม”ละลายกลางสภา "นุ้ย P9D" หัวร้อนซัด“ฟ้า-เขียว” เจอสวนการเมืองไม่ใช่สนามเด็กเล่น-สร้างคอนเทนต์!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


เนวิน ชิดชอบ - อนุทิน ชาญวีรกูล - นุ้ย P9D กิตติ รวงผึ้งหลว
ข่าวปนคน คนปนข่าว


++ “กกต.-ปปช.-ดีเอสไอ” เป่า 3 คดีดัง รับขั้วสีน้ำเงินเถลิงอำนาจ

สัปดาห์ที่แล้วมี 3 ข่าวใหญ่ ที่มีความหมายเชิงสัญญลักษณ์ บ่งบอกถึง “บารมี” ของขั้วการเมืองสีน้ำเงิน ที่กำลังจะตั้งรัฐบาล

**หนึ่ง...ป.ป.ช.หักมติศาลรัฐธรรมนูญ ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ซุกหุ้น

คดีนี้ เมื่อ17 ม.ค. 67 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 เสียงชี้ว่า “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมว.คมนาคม ในขณะนั้น จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ มีการ “ซุกหุ้น” หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ของตนเอง โดยให้ “ศุภวัฒน์ เกษมสุข” ผู้ถือหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตัคชั่น อีกคนทำธุรกรรมต่างๆ และครอบครองหุ้นของ หจก.บุรีเจริญฯ แทนตน จึงให้ “ศักดิ์สยาม” พ้นจากตำแหน่ง รมว.คมนาคม โดยในช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมตินั้น “ศักดิ์สยาม”ได้พ้นตำแหน่งรมว.คมนาคม ไปก่อนแล้ว

มีผู้นำเรื่องนี้ไปร้องต่อ ป.ป.ช. ด้วยข้อหา “ผิดจริยธรรมร้ายแรง” ที่มีโทษตัดสิทธิ์ทางการเมือง สุดท้าย ป.ป.ช.หักคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มีมติยกคำร้อง ไปเมื่อเดือนก.ย.68 แต่เพิ่งมาเป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

** สอง... ดีเอสไอ ไม่รับคดีรุกที่ดินเขากระโดง เป็นคดีพิเศษ

เรื่องนี้ ตัวแทนของ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ไดไปร้องต่อ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่า กรณีมีกลุ่มบุคคลเข้าไปบุกรุก ครอบครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีแนวเขตอยู่ในที่ดินของการรถไฟฯ จำนวน 4,414 ไร่ ขอให้รับคดีนี้ไว้เป็นคดีพิเศษ เพราะเกี่ยวโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

ทางดีเอสไอ ในยุคที่มี “พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ” เป็นอธิบดีดีเอสไอ และมี “พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” เป็นรมว.ยุติธรรม ก็มอบหมายให้ “พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม” ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งเเวดล้อม ดำเนินการสืบสวนเรื่องข้อร้องเรียนดังกล่าว ใช้เวลาสืบสวน สอบสวนอยู่ 7 เดือน สุดท้ายมีมติ “ไม่รับ” เรื่องบุกรุกที่ดินเขากระโดงไว้เป็นคดีพิเศษ

โดยโยนไปให้ ป.ป.ช.ดำเนินการแทน อ้างว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการออกโฉนดโดยมิชอบ และเมื่อศาลฎีกาตัดสินให้คืนที่ดินแก่การรถไฟ เจ้าหน้าที่ก็ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าว

เรื่องเขากระโดง จึงกลายเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ไป ...และเมื่อเรื่องอยู่ในมือป.ป.ช. ก็คาดการณ์ไม่ได้ว่า อีกกี่ปีจึงจะมีการชี้มูลว่า ผิดหรือไม่ผิด


** สาม...อนุฯกกต. ปล่อยผี “คดีฮั้วสว.”

คดีนี้ คณะสืบสวนฯชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมกัน ระหว่างกกต. และ ดีเอสไอ ใช้เวลาทำงานในปี 2568 ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนก.ค. 68 ก็ได้รวบรวม ข้อมูลหลักฐาน“การฮั้ว” มัดตัวกลุ่มผู้กระทำผิด ตั้งแต่ บัตรลงคะแนนเลือกสว. เลือกกลุ่มตัวเลขชุดเดียวกัน ติดต่อกันเป็นจำนวนมาก ที่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่

มีหลักฐานเกี่ยวกับการนัดรวมตัวกัน ทั้งที่พักอาศัย การเดินทางไปสถานที่เลือกด้วยกัน มีหลักฐานการโอนเงินว่าจ้าง หลักหมื่น หลักแสนบาท มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหลายราย...

จึงมีมติ เสนอให้ กกต. ส่งคำร้องไปที่ศาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน แบ่งเป็นสว. 138 คน และเครือข่ายการเมือง 91 คน

ในสว.138 คนนั้น ไล่ตั้งแต่ ประธานวุฒิสภาลงไปเลย พูดง่ายๆว่าเป็น “สว.สีน้ำเงิน” ทั้งหมด


ส่วนเครือข่ายการเมืองก็มี คนระดับแกนนำของพรรคภูมิใจไทย ถูกเรียกไปสอบ อาทิ...“เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย... “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย... “ไชยชนก ชิดชอบ” สส. บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย

“ภราดร ปริศนานันทกุล” สส. อ่างทอง... “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” สส. อ่างทอง ... “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” สส. ศรีสะเกษ... “ธนยศ ทิมสุวรรณ” สส. เลย... “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” สส. อุทัยธานี...”วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์” สส. สตูล เป็นต้น

เมื่อ กกต.รับเรื่องจาก คณะสืบสวนชุดที่ 26 มาแล้ว ก็ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมา เพื่อตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน ข้อเท็จจริงต่างๆ หากเห็นว่ามีมูล ก็จะส่งให้ “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. เพื่อส่งให้ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา

แต่แล้วคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ก็ “ตัดตอน” โดยมีมติ ให้กกต.ไม่ต้องส่งคำร้องไปที่ศาล ให้ยุติการดำเนินคดี เนื่องจากเห็นว่า ผู้ที่ถูกร้องทั้งหมดไม่มีมูลความผิดใดๆ

ข้อสรุปนี้เมื่อส่งถึงมือ “แสวง บุญมี” คนในเครือข่ายบุรีรัมย์คอนเนกชัน เชื่อว่าจะเห็นพ้องตามคณะอนุฯชุดที่ 36 ไม่ต้องให้ กกต.ชุดใหญ่ต้องออกเหงื่อ!

เป็นมติที่ออกมาใช่วงเวลาสำคัญ คือก่อนที่ จะมีการ “โหวตนายกฯ” กันในวันที่ 19 มี.ค.ที่จะถึงนี้

ไม่แน่ว่า การประชุม กกต.ชุดใหญ่ ในวันพุธที่ 18 มี.ค.นี้ ที่ประชุมอาจหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาและรับรองไปตามมติของคณะอนุฯ ชุดที่ 36

จะได้เป็นการปลดล็อกให้ “ว่าที่นายกฯ” และ“ว่าที่รัฐมนตรี” อีกหลายคน ไม่ต้องมีบ่วง“ฮั้วสว.”คล้องคออยู่

จะได้ไม่ต้องถูกฝ่ายตรงข้าม หยิบยกขึ้นมาอภิปราย หรือชี้หน้าว่าเป็นคนที่ยังมีคดีอยู่!

ใน 3 คดี ที่ยกขึ้นมานี้ แม้ คดีเขากระโดง กับ คดีฮั้วสว. ตามกระบวนการแล้วยังไม่ถึงที่สุด

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นให้เห็น ให้เป็นข่าว ก็เป็นสัญญาณบวก เป็นสัญญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า บารมีของ “บ้านใหญ่ขั้วสีน้ำเงิน” สามารถกดข่มคนในระบบราชการที่รักตัว กลัวตาย ให้คล้อยตาม!


++ หลัง“ไอติม”ละลายกลางสภา "นุ้ย P9D" หัวร้อนซัด“ฟ้า-เขียว” เจอสวนการเมืองไม่ใช่สนามเด็กเล่น-สร้างคอนเทนต์!

จบโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันก่อน ควันหลงตามมากลับกลายเป็นคอการเมืองได้เห็นฝ่ายค้านเปิดศึกฟาดกันนัว

เปิดฉากความเดือดด้วยตัวแทนหมู่บ้านฝั่งโซเชียลฯ ด้อมส้มอย่าง "นุ้ย P9D" หรือ กิตติ รวงผึ้งหลวง นักร้องแรปเปอร์ ที่ฟิวส์ขาด ฟาดด้วยถ้อยความภาษาวัยรุ่นรุนแรงแช่งชักให้ บิดาของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้าธรรม ไป “ตุย” ว่า ทำไมถึง "งดออกเสียง" ทั้งที่ตามหลักการ ควรจะเทใจให้คนรุ่นใหม่อย่าง "ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ" จากพรรคประชาชน

งานนี้โพสต์ของ "นุ้ย P9D" กลายเป็นสิ่งสะท้อนอารมณ์ของหมู่ด้อมส้ม ที่รู้สึกโกรธพรรคร่วมฝ่ายค้าน จนทำให้ “ไอติม” แทนที่จะขายดีในหน้าร้อน กลับขายไม่ออก ได้เสียงน้อยนิด แค่123 เสียง

ด้อมส้มด่ากันเปิดเปิง ลมแรงจนลอยไปเข้าหูพรรคแม่พระธรณีบีบมวยผม...ว่าแล้ว "โฆษกเอิร์ธ” พงศกร ขวัญเมือง ก็โพสต์ตอบโต้แบบนิ่มๆ ในหัวข้อเรื่อง ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึง “งดออกเสียง” ในการเลือกประธานสภาฯ โดยร่ายยาวเหตุผลไว้ถึง 4 ข้อ

เรียกว่า แต่ละข้อ งัดหลักการตามสไตล์พรรคประชาธิปัตย์ออกเป๊ะๆ

สรุปสั้นๆให้เข้าใจง่าย คือ พรรคประชาธิปัตย์ยึดหลักการว่า "การเมืองไม่ใช่สนามเด็กเล่น" และไม่ใช่ "พรรคบริวาร"ของใคร!
โฆษกเอิร์ธ ยังย้อนเกล็ดด้อมส้มอีกว่า จะให้ช่วยโหวต แต่พรรคประชาชนกลับตัดสินใจเอง เออเอง ไม่เคยเดินมาคุยหรือขอมติพรรคร่วมฝ่ายค้านล่วงหน้าเลยสักคำ


แถมยังแอบแซะทิ้งท้ายว่า การเสนอชื่อ “ไอติม” ครั้งนี้ดูจะเน้น "สร้างคอนเทนต์" เรียกเรตติ้งในสภา มากกว่าหวังชัยชนะจริง
ข้ามมาดูฝั่งพรรคกล้าธรรม ของ "ผู้กองธรรมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มาในมาดพี่ใหญ่ใจนิ่ง ให้เหตุผลง่ายๆ ที่งดออกเสียง เพราะยังไม่มีใครที่โดนใจ

ที่ทำเอาคอการเมืองต้องเงี่ยหูฟังคือ เมื่อสื่อถามเรื่องความสัมพันธ์กับ "เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกฯคนใหม่ ที่วันก่อนกล่าวถึงผู้กองธรรมนัส ด้วยคำหวานว่า “ความเป็นเพื่อนไม่มีวันหมดอายุ” นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ชีวิตของตนมีเพื่อน มีพี่ มีน้องจำนวนมาก และ ยึดถือหลักการสำคัญมาตลอดว่า “ไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน”

แต่พอถามว่าจะยกมือโหวตให้ “เพื่อนหนู” เป็นนายกฯหรือไม่? “ผู้กองธรรมนัส”กลับตอบยิ้มๆว่า "เรื่องการเมืองกับเรื่องส่วนตัว ต้องแยกกัน" ...แหม! เป็น "เพื่อนไม่มีวันหมดอายุ" อะไร ยังไงไม่ทราบ ต้องไปรอดูวันโหวตนายกฯ

"รอยยิ้ม"ของผู้กองธรรมนัส อาจจะน่ากลัวกว่าเสียงด่าของแรปเปอร์ หรือไม่ ?

งานนี้..ต้องตามไปดู.