ทางการจีนแถลงย้ำในวันจันทร์ (16 มี.ค.) ว่า ตนยังมีทรัพยากรทางด้านพลังงานอย่างเพียงพอ ขณะที่สงครามอิหร่านกำลังจำกัดปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯก็พยายามกดดันปักกิ่งให้ช่วยเหลืออเมริกาในการคุ้มกันรักษาความมั่นคงปลอดภัยเส้นทางน้ำสำคัญยิ่งยวดเส้นนี้
ซัปพลายพลังงานของประเทศจีน อยู่ในระดับ “ค่อนข้างแข็งแกร่ง” และถือเป็นรากฐานที่ “ค่อนข้างดี” สำหรับการรับมือกับความผันผวนของตลาดภายนอกประเทศ ฟู่ หลิงฮุย โฆษกของสำนักงานสถิติแห่งชาติบอกกับพวกผู้สื่อข่าว
ทางสำนักงานยังประกาศด้วยว่า การผลิตน้ำมันดิบภายในประเทศของจีนในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ปีนี้ ก็เพิ่มสูงชึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2025 มาอยู่ที่ 35.73 ล้านเมตริกตัน
ทรัมป์ได้ออกมากล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (15) ว่า จีนควรช่วยเหลือความพยายามในการทำให้น้ำมันสามารถขนส่งผ่านเส้นทางน้ำฮอร์มุซได้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งตามแผนการที่วางกันไว้ในวันสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ทั้งนี้ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ที่สัมภาษณ์เขา นอกจากนั้นเขายังพูดแกมขู่ด้วยว่าอาจจะชะลอแผนเดินทางเยือนจีนคราวนี้ก็ได้
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้พุ่งพรวดทะลุผ่านหลักหมาย 100 ดอลาร์ต่อบาร์เรล ไปทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบๆ 4 ปี สืบเนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ไม่สามารถทำการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ นับตั้งแต่ที่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 2 สัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ดี TankerTrackers.com เว็บไซต์ติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเรือบรรทุกน้ำมัน แจ้งกับซีเอ็นบีซีเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วว่า อิหร่านได้จัดส่งน้ำมันจำนวนมากกว่า 11 ล้านบาร์เรลไปให้จีนผ่านช่องแคบแห่งนี้ ระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว
ทรัมป์ให้เหตุผลว่า ปักกิ่งสมควรเข้าช่วยเหลือเพื่อรับประกันให้น้ำมันสามารถขนส่งช่องแคบแห่งนี้ได้ เนื่องจากน้ำมันที่จีนต้องการใช้นั้น ปริมาณสูงถึง 90% ทีเดียวต้องขนส่งผ่านทางน้ำสายนี้ ไฟแนนเชียลไทมส์อ้างอิงคำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี พวกนักวิเคราะห์ประมาณการว่า ในการนำเข้าน้ำมันผ่านการขนส่งทางทะเลของแดนมังกรนั้น ต้องพึ่งพาอาศัยช่องแคบแห่งนี้ราวๆ 40 – 50% อีกทั้งน้ำมันขนผ่านฮอร์มุซนี้ก็เท่ากับเพียงแค่ 6.6% ของปริมาณการบริโภคพลังงานโดยรวมของจีนเท่านั้น
ในส่วนเรื่องการสำรองน้ำมันนั้น ณ เดือนมกราคม ปักกิ่งมีน้ำมันดิบเก็บไว้ในคลังบนบกประมาณ 1,200 ล้านบาร์เรล ถือเป็นการเก็บสำรองปริมาณมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเพียงพอที่จะสนองความต้องการไปได้ 3-4 เดือน
(ที่มา: ซีเอ็นบีซี)

