เมื่อคราวเกิดวิกฤตการณ์รัตนโกสินทร์ศก 112 ที่ฝรั่งเศสส่งเรือรบมาปิดปากอ่าวไทย ชาวไทยทุกคน ล้วนรู้ดีว่าประเทศไทยรอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นในครั้งนั้นมาได้ ก็ด้วยพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช และด้วยเงินถุงแดงหรือทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้ให้ใช้กู้ชาติกู้แผ่นดิน
ในเวลานั้น ฝรั่งเศสหมายปองจะเข้าครอบครองเมืองชายฝั่งจันทบุรีและตราด แต่พระองค์ทรงเห็นว่า เมืองจันทบุรีกับตราดเป็นเมืองชายทะเลอันสำคัญยิ่ง ที่สำคัญคือมีคนไทยพูดภาษาไทยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุว่าทรงรักคนไทยและเห็นความสำคัญของชีวิตประชาราษฎรยิ่งกว่าสิ่งมีค่าอื่นใด จึงจำต้องทรงยอมเสียดินแดนส่วนอื่นให้แทน คือในส่วนที่เป็นประเทศลาวในปัจจุบัน และพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ ให้กับฝรั่งเศส เพื่อแลกกับการรักษาเมืองจันทบุรีและตราดเอาไว้
คราวที่สยามต้องเสียดินแดนอันเป็นพื้นที่ของประเทศกัมพูชาส่วนใหญ่ในปัจจุบัน คือพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ ใน ค.ศ. 1904 นั้น ทำให้จำเป็นต้องมีการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน-ฝรั่งเศสขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาอยู่หลายปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเลือกหม่อมชาติเดชอุดม (ม.ร.ว.สท้าน สนิทวงศ์) นายร้อยทหารบกจากโรงเรียนนายร้อยเดนมาร์ก เป็นหัวหน้าคณะกรรมการปักปันฝ่ายสยาม (ซึ่งก็คือประเทศไทยในตอนนี้) ในขณะที่ฝั่งอินโดจีน-ฝรั่งเศส (อาณานิคมกัมพูชา) ในช่วงเวลานั้นมีพันตรีแบร์นาร์ด เป็นหัวหน้าคณะ
หม่อมชาติเดชอุดม หรือต่อมาก็คือ พลเอกเจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ เป็นคุณตาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่านเป็นผู้เลี้ยงดูคุณหญิงสิริกิติ์ เมื่อคราวที่พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ (มจ. นักขัตรมงคล กิติยากร) และหม่อมหลวงบัว กิติยากร (สนิทวงศ์) ต้องไปรับราชการเป็นทูตในทวีปยุโรป เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ท่านมีศักดิ์เป็นพระปัยกา (ทวด) ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์จอมทัพไทย เช่นเดียวกันกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นผู้ทรงคัดเลือกและแต่งตั้งท่านให้เป็นหัวหน้าคณะกรรมการปักปัน ก็ทรงเป็นพระปัยกา (ทวด) ขององค์จอมทัพไทย เช่นเดียวกัน
การเจรจาปักปันพรมแดนระหว่างสยาม (ประเทศไทย) นี้ เป็นไปตามสนธิสัญญาประธานใน ค.ศ. 1907 โดยพยายามใช้พรมแดนธรรมชาติ (Natural border) เป็นหมุดหมาย ในยุคที่โลกยังไม่มีดาวเทียมแต่อาศัยหมุดหมายทางภูมิศาสตร์ (Geographical landmark) เป็นหลักในการปักปัน ได้มีการจัดทำเอกสารบันทึกการประชุมในการปักปันขึ้น ทั้งหมดมีจำนวนนับร้อยหน้าเป็นภาษาฝรั่งเศส และบัดนี้ได้ถูกแปลโดยคุณเปรมิกา สุจริตกุล นายกสมาคมนักเรียนเก่าฝรั่งเศส บันทึกการประชุมเหล่านี้ เป็นเอกสารอันสำคัญแนบท้ายสัญญาประธานที่มีผลผูกพัน และยังเป็นการอธิบายความของคำว่า “สันปันน้ำ” ตามที่ได้ตกลงกันไว้ในสมัยนั้น ทั้งนี้ในทางกฎหมาย ห้ามมิให้มีการตกลงใด ๆ อื่นที่ขัดแย้งกับสัญญาประธาน
การแปลบันทึกการประชุมดังกล่าวนี้ นับเป็นเอกสารสำคัญยิ่งของประเทศไทย แสดงให้เห็นพระราชกรณียกิจสำคัญในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และผลงานของพลเอกเจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ และคณะกรรมการเจรจาปักปันเมื่อร้อยกว่าปีก่อน จึงเป็นหลักฐานที่มีประโยชน์ยิ่งยวดในการรักษาแผ่นดินและพระราชอาณาจักรอันเป็นมรดกของบูรพมหากษัตริย์และบรรพชนไทยสืบทอดต่อไปตลอดกาล
สันปันน้ำตามการเจรจาปักปันในช่วงเวลาดังกล่าวมีใจความสำคัญดังนี้
หนึ่ง ฝรั่งเศส โดยพันตรีแบร์นาร์ด สมัครใจไม่ลงเดินสำรวจ เพราะระยะทางยาวกว่า 700 กิโลเมตรไม่อาจจะทำสำเร็จได้ทันเวลา และลำบากมากเกินไป เนื่องจากเป็นป่ารกชัฎ
สอง พรมแดนนั้นยึดพรมแดนธรรมชาติ คือ 1) สันเขาพนมดงรักที่เด่นชัด 2) สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากฝั่งอาณานิคมอินโดจีน-ฝรั่งเศส อันเป็นที่ต่ำกว่าฝั่งสยามลงไปไม่ต่ำกว่า 100 เมตร 3) ไม่สามารถเดินข้ามผ่านได้โดยไม่รู้ตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อพิพาทกันในภายหลัง 4) ยึดถือเช่นนี้เท่าที่มีเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งรวมไปถึงระวาง 4-5 ด้วย จนกว่าจะเป็นที่ราบบริเวณฉนวนเขมร (Cambodian corridor) อันได้แก่ บริเวณจังหวัดสระแก้วในปัจจุบันจึงมีการปักปัน
จากข้อตกลงในการปักปันดังกล่าวเท่ากับว่าทั้งฝ่ายสยาม (ประเทศไทย) และฝ่ายอินโดจีน-ฝรั่งเศส (อาณานิคมกัมพูชา) ได้ยึดสันผาเป็นสันปันน้ำ เพราะสันผาเป็นหมุดหมายตามธรรมชาติที่ไม่ทำให้เกิดข้อพิพาทในภายหลัง สามารถปักปันได้ง่ายและรวดเร็ว เพราะธรรมชาติได้รังสรรค์ให้เทือกเขาพนมดงรักเป็นเทือกเขารูปอีโต้ มีสันผาที่ชัดเจนตลอดแนว
การตกลงปักปันดังกล่าว สะท้อนให้เห็นพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเลือกนายทหารหนุ่มผู้มีความรู้ดีเยี่ยมทางการทหารและภูมิศาสตร์ไปเป็นหัวหน้าคณะกรรมการปักปันเขตแดน
ประการแรก ไทยอยู่ในจุดสูงข่มเหนือกว่าเขตอาณานิคมกัมพูชาตลอดแนวพรมแดน ทำให้ได้เปรียบในเชิงยุทธวิธี หากผู้ใดก็ตามในเขตอาณานิคมกัมพูชาต้องการจะโจมตีไทย จะต้องปีนหน้าผาขึ้นมา ซึ่งไม่สามารถทำได้โดยง่าย แสดงว่าผู้เจรจาปักปันฝ่ายไทยเข้าใจการรบและการทหารตลอดจนภูมิศาสตร์เป็นอย่างดี
ประการสอง สอดคล้องกับภูมิวัฒนธรรมและโบราณคดี เพราะคนที่อยู่บนที่ราบสูงโคราชพูดคนละภาษากับคนที่อยู่ในที่ราบต่ำเขมร มีหลักฐานทางวัฒนธรรมและโบราณคดีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้ง่ายในการจำแนกแยกแยะและปกครองมากกว่า
จากการเจรจาปักปันเมื่อร้อยกว่าปีก่อน พวกเราขอยืนยันว่า
หนึ่ง สันปันน้ำคือสันผาตามที่ตกลงกันนี้ มีความแตกต่างจากการตีความสันปันน้ำสมัยใหม่ ที่ยึดจุดสูงสุด (Highest elevation) และแบ่งน้ำออกเป็นสองฟาก (Water divide) เพราะในสมัยโบราณเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ยังไม่มีเทคโนโลยีดาวเทียมที่จะกำหนดจุดสูงสุดของสันเขาได้โดยง่าย อีกทั้งหากใช้สันปันน้ำที่เป็นจุดสูงสุด จะเกิดปัญหาได้ เพราะจะเกิดการเดินข้ามไปมาได้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดการบุกรุกดินแดนและเกิดข้อพิพาทระหว่างกันได้โดยง่าย การเจรจาปักปันจึงได้ลงนามตกลงกันไว้ทั้งสองฝ่ายเป็นเช่นนี้
สอง ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในภายหลังนี้ เกิดจากการไม่ยึดตามสิ่งที่เจรจาปักปันตกลงไว้ตามสัญญาประธาน เพราะไปกำหนดนิยามของสันปันน้ำด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่คือดาวเทียม มิได้ทำตามที่ตกลงกันไว้ร่วมกับอินโดจีน-ฝรั่งเศสในครั้งนั้น เพราะโดยธรรมชาติ บริเวณหน้าผาหรือสันผาจะเกิดการกัดกร่อนตามธรรมชาติจากน้ำและลม ทำให้การสึกกร่อนแม้ต่ำกว่ายอดเขาเล็กน้อย 4-5 เมตร แต่อาจจะทำให้พรมแดนคลาดเคลื่อนกันไปได้ถึง 5 กิโลเมตร หากทำตามข้อตกลงในสัญญาประธาน ที่ยึดว่าสันปันน้ำคือสันผา ปัญหาทุกอย่างจะจบลงในทันทีและไม่มีพื้นที่ทับซ้อน การปักปันนั้นได้สำเร็จสิ้นสุดลงไปแล้วเมื่อร้อยกว่าปีก่อน แผนที่ต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นภายหลังมีความผิดพลาดไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องคือจะต้องยึดตามสัญญาประธานและการเจรจาปักปันตามสัญญาประธานนี้
พวกเราในฐานะทายาทของเจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ แห่งราชสกุลสนิทวงศ์ ขอยืนหยัดในการปกป้องขอบขัณฑสีมาของพระราชอาณาเขต ที่บูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ได้พิทักษ์รักษาสืบทอดมาแสนนาน และขอยืนหยัดสืบสานปณิธานของบรรพชนแห่งราชสกุลสนิทวงศ์ที่ได้ทุ่มเทชีวิตสนองพระยุคลบาทในการปกป้องรักษาพระราชอาณาเขตและปวงราษฎรไทยเสมอมา จึงขอสงวนสิทธิและยืนยันพรมแดนของไทยตามที่ได้ตกลงกันในการเจรจาปักปันตามสนธิสัญญาประธานเมื่อร้อยกว่าปีก่อน โดยไม่อาจเห็นเป็นอื่น
พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
สุรภพ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
วัฒนวงษ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ภาคย์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ลูกหลานแห่งราชสกุลสนิทวงศ์และเจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์

