ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (15 มี.ค.) ว่าสหรัฐฯ อาจบรรลุข้อตกลงกับคิวบาในเร็วๆ นี้ หรือถ้าไม่บรรลุคงต้องใช้วิธีอื่น ซึ่งบ่งชี้ว่าความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมายาวนานอาจแย่ลงอย่างรวดเร็ว
“คิวบาก็คงอยากทำข้อตกลงเช่นกัน และผมคิดว่าเราจะทำข้อตกลงหรือทำอะไรก็ตามที่เราต้องทำในเร็วๆ นี้” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน “เรากำลังพูดคุยกับคิวบา แต่เราจะจัดการกับอิหร่านก่อนคิวบา”
ความคิดเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันและฮาวานาที่ยังคงอยู่ในระดับสูงหลังจากหลายปีของการคว่ำบาตร ความขัดแย้งทางการทูต และข้อพิพาทเกี่ยวกับการอพยพและความมั่นคง โดยพันธมิตรในภูมิภาคและนักลงทุนกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อดูสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
ประธานาธิบดี มิเกล ดิอาซ-กาเนล ของคิวบากล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ประเทศได้เปิดการเจรจากับสหรัฐฯ เนื่องจากเกาะแห่งนี้กำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ
“การเจรจาเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อหาทางออกผ่านการเจรจาสำหรับความขัดแย้งทวิภาคีที่เรามีระหว่างสองประเทศ” ดิอาซ-คาเนล กล่าวในวิดีโอที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ
ดิอาซ-คาเนล หวังว่าการเจรจาจะช่วยให้สองคู่ปรับที่ขัดแย้งกันมายาวนาน “ห่างไกลจากการเผชิญหน้า”
วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศทวีความรุนแรงขึ้นจากการหยุดชะงักของการนำเข้าน้ำมัน ซึ่งเกาะแห่งนี้ต้องพึ่งพาในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าและเครือข่ายการขนส่ง การขาดแคลนเชื้อเพลิง ทำให้ทางการต้องประกาศตัดกระแสไฟฟ้าเป็นช่วงๆ ทั่วประเทศ และจำกัดบริการสาธารณะบางอย่าง
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กล่าวถ้อยแถลงหลายครั้งว่าคิวบาใกล้จะล่มสลาย ถ้าไม่กระตือรือร้นที่จะทำข้อตกลงกับสหรัฐอเมริกา และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ยังบอกว่าคิวบาอาจถูก “เข้ายึดครองอย่างเป็นมิตร” จากนั้นก็พูดอีกว่า “บางทีมันอาจไม่ใช่การเข้ายึดครองอย่างเป็นมิตร”
แม้จะมีการติดต่อกันอีก แต่ความแตกต่างกันมากยังคงมีอยู่ระหว่างรัฐบาลทั้งสอง เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ชี้ว่าการผ่อนคลายแรงกดดันใดๆ น่าจะขึ้นอยู่กับการยอมอ่อนข้อทางการเมืองและเศรษฐกิจจากฮาวานา ขณะที่ผู้นำคิวบาเน้นย้ำว่าการเจรจาต้องเคารพเอกราชของคิวบา
ที่มา รอยเตอร์

