หลายประเทศยังลังเลต่อคำขอของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้ส่งเรือรบร่วมคุ้มกันการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนภารกิจดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงจากศักยภาพการโจมตีของอิหร่าน
ภายหลังจากเมื่อวันที่ 14 มี.ค. นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เรียกร้องให้หลายประเทศส่งเรือรบร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อช่วยเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังอิหร่านปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานและแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ แต่ขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดตัดสินใจทำตามที่โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้อง
ทรัมป์ระบุว่า “หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความพยายามของอิหร่านในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะส่งเรือรบร่วมกับสหรัฐอเมริกา เพื่อทำให้ช่องแคบแห่งนี้เปิดและปลอดภัย” พร้อมระบุชื่อประเทศที่เขาคาดหวังให้เข้าร่วม ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร
อย่างไรก็ตาม ประเทศต่าง ๆ ที่ถูกกล่าวถึงยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะเข้าร่วมภารกิจดังกล่าว โดยโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันระบุว่า จีนเรียกร้องให้ยุติการสู้รบทันที และย้ำว่าทุกฝ่ายมีความรับผิดชอบในการรักษาเสถียรภาพของการจัดหาพลังงานโลก
ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า การตัดสินใจส่งกองกำลังทางเรือไปยังตะวันออกกลางเพื่อคุ้มกันเรือพาณิชย์จะต้องเผชิญ “อุปสรรคสูง”
ขณะที่สำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่า จะหารืออย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ และตัดสินใจหลังจากการพิจารณาอย่างรอบคอบ
ส่วนกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรระบุว่า ขณะนี้กำลังหารือกับพันธมิตรและหุ้นส่วนเกี่ยวกับทางเลือกต่าง ๆ เพื่อรับประกันความปลอดภัยของการเดินเรือในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ด้านนโยบายต่างประเทศเตือนว่า แผนการส่งเรือรบเข้าไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซอาจเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง
โรสแมรี่ เคลานิก ผู้อำนวยการโครงการตะวันออกกลางของ Defense Priorities กล่าวว่า ภารกิจดังกล่าวเป็น “ภารกิจที่อันตรายมาก” เนื่องจากอิหร่านครอบครองพื้นที่ชายฝั่งด้านเหนือของช่องแคบ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถใช้เปิดการโจมตีได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่โดรนไปจนถึงขีปนาวุธ
เธอระบุว่า ความแคบของช่องแคบฮอร์มุซทำให้เรือมีเวลาตอบสนองต่อการโจมตีจำกัด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากชายฝั่ง
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น มีเรืออย่างน้อย 17 ลำถูกโจมตีในและรอบอ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวโอมาน ตามข้อมูลของ United Kingdom Maritime Trade Operations ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก.

