ตำรวจทางหลวงนครสวรรค์สกัดจับขบวนการลักลอบขน 10 จีนเทาเข้าเมืองผิดกฎหมายยึดโทรศัพท์กว่า 70 เครื่อง เหิมต่อสู้ขัดขืนพยายามแย่งปืนเจ้าหน้าที่
วันนี้ ( 12 มี.ค. ) พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการ พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.ทล. พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล. พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สวญ.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. พ.ต.ต.นราวิชญ์ เดชคง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.นำกำลังจับกุมขบวนการลำเลียงชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง ประกอบด้วยน.ส.ศิริมา อายุ 59 ปี,นายพิษณุ อายุ 59 ปี,นายอรินทร์ อายุ 49 ปี พร้อมชาวจีนเข้าเมืองผิดกฎหมายจำนวน 10 รายตรวจยึดรถยนต์จำนวน 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 73 เครื่อง ได้บริเวณ กม.362 (ขาขึ้น) ต.หนองกระโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงนครสวรรค์ สืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงแรงงานต่างด้าวผ่านเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ภาคเหนือจึงได้ติดตามรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 2 คัน กระทั่งมาถึงบริเวณปั๊มน้ำมันพีที กม.362 (ขาขึ้น) ต.หนองกระโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พบรถยนต์อีซูซุ ไทยรุ่ง สีน้ำตาล เลี้ยวเข้าภายในปั๊มน้ำมัน ส่วนรถยนต์อีซูซุ มิวเอ็กซ์ สีขาว ได้ขับมุ่งหน้าต่อไป เจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังติดตามระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในปั๊มน้ำมัน กลุ่มบุคคลต่างด้าวได้วิ่งหลบหนีข้ามถนนเข้าไปในป่าฝั่งตรงข้าม และเกิดการต่อสู้ขัดขืน พร้อมพยายามแย่งอาวุธปืน เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะประสานกำลังตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ช่วยปูพรมค้นหาจนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวผู้หลบหนีได้รวม 13 ราย แบ่งเป็นคนไทย 3 ราย และบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนอายุระหว่าง 20–38 ปีอีก 10 ราย
สอบสวนผู้ต้องหาชาวไทยให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ลำเลียงบุคคลต่างด้าวจากบริเวณใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อนำไปส่งในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยได้รับค่าจ้างประมาณ 3,000 บาทต่อคน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยในความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม” ส่วนผู้ต้องหาชาวจีนถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์ต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มฐาน “ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่” จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

