xs
xsm
sm
md
lg

'ธรรมนัส-อภิสิทธิ์' พร้อมทำงานฝ่ายค้าน เดินหน้าตรวจสอบรัฐบาล นักการเมืองต้องพร้อมทุกสถานะ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"ธรรมนัส" จับมือ "อภิสิทธิ์" ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน เดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลเต็มกำลัง ชี้ชัดนักการเมืองต้องพร้อมทุกสถานะ ไม่ค้านทุกเรื่อง แต่เน้นประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก

ภายหลังเห็นความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่มีพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมรัฐบาลแล้ว ทำให้ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ประกาศขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า การเป็นนักการเมืองต้องทำได้ทุกหน้าที่ ทุกบทบาท ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องทำให้ดี ในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ทั้งนี้ ตนได้เน้นย้ำกับ สส.พรรคกล้าธรรมทั้ง 58 คนว่าจะต้องทำอะไรบ้างในฐานะที่เป็น สส. แม้จะไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่ก็ต้องทำหน้าที่ ในฐานะตัวแทนของแต่ละพื้นที่ เครือข่ายที่สร้างไว้ 7-8 ปี ต้องสามารถประสานได้ต่อ และตอบสนองต่อความต้องการและความเดือดร้อนของประชาชน

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวอีกว่า เมื่อเป็นนักการเมืองต้องอยู่ได้ทุกสถานะ มิตรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่จีรัง คนที่ร่วมทางทางการเมือง วันหนึ่งต้องแยกทาง ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นศัตรูกัน คนเคยไม่ถูกกันหรือทัศนะไม่ตรงกัน เมื่อมาทำงานร่วมกันก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน เราไม่เอาเรื่องส่วนตัวเข้ามา สิ่งสำคัญคือ แม้เราจะเป็นฝ่ายค้าน แต่ต้องมีหลักการของเรา ไม่ใช่โวยวายหรือค้านทุกเรื่อง หากเรื่องไหนมีประโยชน์ เราก็ไม่ควรค้าน

เช่นเดียวกับท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประกาศชัดเจนว่า พร้อมแล้วกับการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเดินหน้าทำงานในเรื่องที่สำยคัญ

“ยืนยันว่าวันนี้เศรษฐกิจ และสังคมเดินยาก ถ้าไม่จริงจังกับปัญหาสแกมเมอร์ทุนเทาและพรรคก็เคยเตือนแล้วว่าจะมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินแต่ปปง.และ ก.ล.ต. ไม่ได้ดำเนินการ แล้วเรื่องนี้ใครจะรับผิดชอบ และจะแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอย่างไร รวมถึงทำให้สังคมสงสัยว่าอะไรคืออุปสรรคที่ 2 หน่วยงาน จะใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา รวดเร็ว เพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชน”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 แล้วและมาตรา 121 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้มีการเรียกประชุมรัฐสภา ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป โดยให้ถือเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 121 มาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้รับประสานมาจากพรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมากว่ามีความพร้อมวันที่ 15 มี.ค. ดังนั้น สำนักงานฯจะจัดประชุมสภาฯในวันดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เพื่อให้ สส.กล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมก่อนปฏิบัติหน้าที่และเลือกประธานสภาฯและรองประธานสภาฯ สำหรับจำนวนรองประธานสภาฯ จะมีกี่คนต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมสภาฯ จะพิจารณาและมีมติ