"หมอปลา" พาผู้เสียหายแจ้งจับ "อาจารย์สิงห์" หมอดู TikTok อ้างเป็นพราหมณ์ในวังหลอกมีเพศสัมพันธ์แก้กรรม-รีดเงิน เหยื่อหลงเชื่อ 9 ราย เสียหายรวมกว่า 2 ล้านบาท
วันนี้ (11 มี.ค.)ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)เมื่อเวลา 13.00 น. นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา พาหญิง 5 ราย เข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสมชาย หรือ “อาจารย์สิงห์” หมอดูและผู้สอนด้านไสยศาสตร์ในแพลตฟอร์มดัง หลอกให้โอนเงินค่าครู ค่าพิธีกรรม รวมถึงถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยอ้างว่าเป็นการทำพิธีแก้กรรม
นางดาว (นามสมมติ) ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงต้นปี 2564 ได้รู้จักอาจารย์สิงห์ บนแอปพลิเคชัน TikTok ซึ่งอ้างตัวเป็นพราหมณ์มีเอกสารรับรองว่าทำงานอยู่ในพระบรมมหาราชวัง และเคยทำงานร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน ทำให้ดูมีความน่าเชื่อถือ ตัวเองจึงติดต่อขอให้ดูดวง ในช่วงแรกทำนายตรงจึงหลงเชื่อ จากนั้นก็ถูกชักชวนให้เข้ากลุ่มไลน์วีไอพีที่มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง โดยเสียค่าแรกเข้า 18,000 บาท และจากนั้นก็จะถูกชักชวนให้ซื้อของขลังเพื่อเสริมดวง หรือจ่ายเงินทำพิธีสะเดาะเคราะห์ แต่เมื่อโอนเงินไปให้กลับพบว่าพิธีสะเดาะเคราะห์ที่ทำเป็นภาพที่มาจากอินเทอร์เน็ต ทำให้รู้ตัวว่าถูกหลอก รวมเงินที่โอนให้อาจารย์คนนี้ 50,000 บาท นอกจากนี้อาจารย์ยังอ้างว่ารู้จักกับคนที่มีชื่อเสียง ทำให้ตัวเองหวาดกลัวไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดีนอกจากนี้พฤติกรรมของอาจารย์คนนี้ จะหลอกให้ผู้เสียหายส่งของของขวัญที่มีมูลค่าสูงใน แอปพลิเคชันติ๊กตอกไปให้ เพื่อนำไปตัดต่อทำเป็นคลิปลงในช่องของตัวเองให้ดูมีความน่าเชื่อถือ
ด้านนายจีรพันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายติดต่อให้ข้อมูลแล้ว 9 คน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียหาย 2 คน ถูกหลอกล่วงละเมิดทางเพศ อ้างว่าหากเข้าร่วมพิธีครบ 8 ครั้งจะทำให้ดวงดีขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้ปัจจุบันมีผู้เสียหายถูกหมอดูหลอกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเศรษฐกิจแย่ คนจึงต้องการที่พึ่งพิงทางใจ
ส่วน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นภัยสังคม จึงอยากให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ นอกจากนี้ได้สั่งให้ตำรวจกองปราบปราม ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการกระทำดังกล่าวจะ เข้าข่ายความผิดใด ทั้งนี้พฤติการณ์ของหมอดูคนดังกล่าว เพิ่งได้แอบอ้างตัวเองว่าเป็นหมอพราหมณ์ ทั้งการหลอกลวงให้ทำพิธีแก้กรรมด้วยการมีเพศสัมพันธ์ และการหลอกลวงให้ทำบุญหรือสะเดาะเคราะห์พิธีกรรมต่าง ๆ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งขณะนี้ผู้เสียหายบางส่วนได้ดำเนินการสอบปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งถือเป็นคดีที่น่าสนใจอย่างมาก แต่ตามขั้นตอนแล้ว ทางกองปราบปรามจะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี ส่วนตนในฐานะที่หมอปลามาร้องเรียนด้วยนั้น ก็จะลงมาช่วยกำกับดูแลสำนวนอีกทีนึง โดยได้รายงานให้ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและผู้บังคับการปราบปรามรับทราบแล้ว เพื่อเร่งดำเนินการคดีดังกล่าว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่าสำหรับข้อหาที่จะดำเนินคดีกับอาจารย์สิงห์นั้น เบื้องต้นต้องดูคำให้การของผู้เสียหายก่อน เพราะหากเป็นการหลอกลวงให้ร่วมพิธีแก้กรรม ก็จะเป็นลักษณะของการหลอกลวงด้วยความเชื่อและศรัทธา จะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง แต่หากมีการข่มขู่หรือทำให้อยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยอ้างจะได้รับผลอันตราย ก็จะมีความผิดฐานข่มขู่และข่มขืนใจอีกด้วย ส่วนประเด็นเรื่องคลิปที่มีการพูดพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูงนั้น จะต้องนำคลิปดังกล่าวมาตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาดูว่าจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า กรณีที่อ้างตัวว่าเป็นหมอดูและหลอกลวงประชาชนนั้น ถือว่าเป็นภัยสังคม ซึ่งก่อนหน้านี้ทางตำรวจกองปราบปรามก็ได้จับกุมดำเนินคดีหมอสนมแห่งจังหวัดอ่างทอง แต่เคสนี้หนักยิ่งกว่า เพราะนอกจากใช้ความเชื่อหลอกลวงแล้ว ยังหลอกลวงให้มีเพศสัมพันธ์ อีกด้วย ซึ่งทางตำรวจสอบสวนกลางไม่นิ่งนอนใจแน่นอน เพราะอาศัยความเดือดร้อนของประชาชนมาหลอกลวงในช่วงที่ตกอยู่ในภาวะจิตตก อาศัยความเชื่อ ศรัทธาและยอมมอบทรัพย์สิน รวมทั้งมีการข่มขู่ด้วย ถือเป็นการเอาความเชื่อมาหากิน
รอง ผบช.ก.กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวเชื่อว่าคดีดังกล่าวน่าจะมีผู้เสียหายเยอะกว่านี้ ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการประสานหมอปลาให้นำผู้เสียหายในคดีนี้มาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติม และทางตำรวจก็พอทราบว่า ยังมีอีกหลายสำนักไสยศาสตร์ที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เราพร้อมที่จะดำเนินการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายให้เต็มที่และเพื่อให้เกิดความหลาบจำ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อและศรัทธาอะไรแบบนี้ เพราะจะทำให้เสียทั้งเงินและใจได้
สำหรับผู้เสียหายที่หมอปลาพามาแจ้งความในกรณีอาจารย์สิงห์นี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 5 คน โดยมี 2 คนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนที่เหลือถูกหลอกลวงในแง่ของทรัพย์สิน

