xs
xsm
sm
md
lg

ปชน.ไม่พ้นบ่วงลุ้นระทึก ศาลรับฟ้อง 44 สส.!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ณัฐพงษ์ เรืองปัญญษาวุฒิ - ศิริกัญญา ตันสกุล
เมืองไทย 360 องศา

ขณะที่การจัดตั้งรัฐบาล ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี มีความชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ขณะเดียวกันการรับรอง และรายงานตัวของส.ส.ก็ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ทำให้เตรียมเปิดสภา เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร คนใหม่ รวมไปถึงขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอนได้อย่างรวดเร็ว คาดว่ากระบวนการดังกล่าว ไม่น่าจะเกินปลายเดือนมีนาคมนี้ อย่างแน่นอน

ดังนั้น เมื่อฝ่ายรัฐบาลชัดเจนเรียบร้อย ก็ต้องหันมามองฝ่ายค้านกันบ้าง หลังจากที่รับรู้กันแล้วว่ามีพรรคการเมืองใดบ้าง ล่าสุดก็มี พรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามาร่วมอีกพรรค ทำให้เวลานี้มีพรรคฝ่ายค้านหลักจำนวน 3 พรรค คือ พรรคประชาชน กล้าธรรม และประชาธิปัตย์ และพรรคเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่ง

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากการพิจารณาจาก “แบ็กกราวด์” ของแต่ละพรรคที่มีที่มาที่ไปกันคนละแนวแล้ว จนทำให้ยากจะจินตนาการว่า ในการทำหน้าที่และบทบาทของพวกเขา จะประสานงานกันได้แบบไหน ซึ่งอีกไม่นานก็คงได้เห็นกัน

แต่สิ่งที่ต้องโฟกัสกันก่อนในเวลานี้ก็คือ พรรคประชาชน ที่กำลังต้องเจอกับ “วิบากกรรม” ครั้งใหญ่ กับ คดี 44 ส.ส.ที่เคยร่วมกันเสนอ ร่าง พระราชบัญญัติแก้ไข มาตรา 112 ซึ่งเป็น “เฟสต่อเนื่อง” จากคดียุบพรรคก้าวไกล และที่ผ่านมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ ชี้มูลความผิด และตามขั้นตอนจะต้องยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาดำเนินการต่อไป โดยจะต้องยื่นต่อศาลภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันสองวันนี้ แม้ว่าจะมีโอกาสขยายเวลาได้ก็ตาม

เมื่อสำรวจท่าทีของคนในพรรคประชาชน เช่น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค กล่าวถึง เรื่องของคดี ดังกล่าวว่า เราไม่ได้กังวล แต่ไม่ได้ประมาท ยืนยันตามความบริสุทธิ์ของเราในการทำหน้าที่ สส.ในการยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ไม่ควรที่จะทำให้เราต้องโดนคดีแบบนี้

“ในช่วงบ่ายนี้หรืออีกหลายโอกาสจะมีการหารือกันภายในพรรค เพื่อให้เห็นภาพตรงกันว่าฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด คือถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 10 คน จะเดินหน้าทำงานในสภากันต่ออย่างไร เพื่อให้การทำงานในฐานะ สส.ไม่สะดุดลง” นายณัฐพงษ์ กล่าว

ถามว่าแสดงว่าเตรียมคนที่จะขึ้นมาแทนหาก 10 สส. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เตรียมกระบวนการ เตรียมวิธีการไว้หมดแล้ว แต่ตัวบุคคลต้องเป็นกระบวนการภายใน อาจจะต้องหารือกับที่ประชุม สส.พรรคก่อน สุดท้ายหากเกี่ยวกับตำแหน่งผู้บริหารพรรค ต้องออกมาจากที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งเราวางแผนไว้ว่าจะประชุมกันในช่วงเดือนเม.ย. นี้

เมื่อถามว่ามีการมองว่า หัวหน้าพรรคคนใหม่จะเป็น นายวีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์ พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราไม่สามารถที่จะไปบอกแทนเพื่อนสมาชิกได้ เราพยายามออกแบบกระบวนการ แต่ไม่ได้ยึดติดตัวบุคคล จะออกมาเป็นชื่อใคร ก็แล้วแต่การตัดสินใจของสมาชิกพรรค

เมื่อถามว่าการมารายตัวต่อสภาในวันนี้ ตรงกับวันครบกำหนด 30 วัน ที่ ป.ป.ช. ต้องยื่นคดี 44 สส. ไปที่ศาลฎีกาเป็นเรื่องบังเอิญ หรือตั้งใจ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้ตั้งใจ เราต้องการให้การรับรองจาก กกต. เสร็จครบทั้งกระบวนการก่อน จึงเลือกมาในช่วงเวลานี้ ไม่ได้ตั้งให้ชนกับอะไร

ส่วนที่ทางพรรคได้ยื่นให้กกต.ตรวจสอบการเลือกตั้งเขต 2 จ.สุพรรณบุรี นั้น ก็คงต้องรอให้เป็นไปตามกระบวนการว่ามีผลเป็นอย่างไร หากเกิดเหตุที่เห็นได้ชัดว่าน่าจะมีความผิดปกติ เราก็พร้อมจะดำเนินการกับเขตอื่นๆ อย่างเต็มที่ ทีมกฎหมายของพรรคได้รวบรวมพยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนแล้ว

เมื่อถามต่อว่า ถึงแม้จะมีการเปิดประชุมสภาแล้วก็ยังสามารถยื่นตรวจสอบการเลือกตั้งได้ ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กกต.น่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด เชื่อว่าประชาชนก็ห่วงใยเรื่องนี้เช่นกัน เพราะหลายภาคส่วนยังตั้งคำถามถึงกระบวนการในการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมถึง กกต. ออกมารับรองผล โดยที่สังคมยังตั้งคำถามอยู่ หากมีการเปิดสภา และรัฐบาลเดินหน้าไป สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญออกมาระบุว่ากระบวนการในการเลือกตั้งมีปัญหาเกิดขึ้นจริงจะเกิดผลเสียต่อประเทศมากที่สุด

“เราสื่อสารมาตลอดว่า อยากได้การเลือกตั้งที่โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ประชาชนให้ความเชื่อมั่นในการเลือกตั้ง เรายอมรับผลการเลือกตั้ง การที่เรามารายงานตัวในวันนี้ เพราะเราพร้อมทำหน้าที่ต่อในฐานะผู้แทนราษฎร ส่วนกระบวนการในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ตรวจสอบความผิดปกติ ไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งที่ผ่านมาต้องเดินหน้าควบคู่กันไป” หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องลุ้นกันเฉพาะหน้าก็คือ ภายใน 30 วัน ตามกำหนดแล้ว เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแล้ว หากศาลรับฟ้อง ในบรรดาอดีต 44 ส.ส.ซึ่งในจำนวนนั้นปัจจุบันเป็น ส.ส.ของพรรคประชาชนอยู่ถึง 10 คน จะต้อง “หยุดปฏิบัติหน้าที่” ทันที และใน 10 คนดังกล่าว ยังเป็นระดับหัวหน้าพรรค เช่น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ รองหัวหน้าพรรค เช่น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รวมไปถึงระดับที่เรียกว่า “ตัวตึง” หลายคน เช่น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นายรังสิมันต์ โรม เป็นต้น นี่ว่ากันเฉพาะช่วงเริ่มต้น หากศาลรับฟ้อง ขณะที่ในบั้นปลาย ก็ยังต้องลุ้นระทึก

เพราะหากจะว่าไปแล้ว กรณีการพิจารณาทั้งจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ไปจนถึงฟ้องศาลฎีกานั้น ล้วนเป็นขั้นตอนต่อเนื่องมาจากคำวินิจฉัยความผิดจนนำไปสู่การยุบพรรคก้าวไกลจากศาล รัฐธรรมนูญ ซึ่งเหมือนกับเป็น “ไฟต์บังคับ” ต้องเดินแบบนี้อยู่แล้ว และแม้ว่าจะยังไม่รู้ล่วงหน้าว่า ผลจะออกมาอย่างไร แต่เมื่อพิจารณาตามรูปการณ์แล้ว บอกได้คำเดียวว่า “รอดยาก” และเชื่อว่าคนในพรรคประชาชน ก็น่าจะรู้ชะตากรรมกันดีอยู่แล้ว

ถึงได้บอกว่า สำหรับพรรคประชาชน เวลานี้ถือว่าขวัญกระเจิงกันไปหมดแล้ว หลังจากที่ความหวังเดียวจากการเลือกตั้งที่ก่อนหน้านี้คาดหวังว่าจะชนะถล่มทลาย แต่เมื่อผลออกมาเป็นตรงกันข้าม บรรยากาศก็ยิ่งหดหู่ และยิ่งมาเจอกับคดี “44 ส.ส.” ที่เชื่อว่าแนวโน้มออกมาเป็นลบ มันก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะหาก “แถวสาม” ต้องไปอีกชุด มันก็ย่อมขาดช่วง ปะติดปะต่อได้ยากแล้ว!!