หนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ของสหรัฐฯ ฉบับวันอาทิตย์ ( 8 มี.ค.) รายงานว่า พบเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่าน 2 ลำได้แล่นออกจากท่าเรือของจีน มุ่งหน้ากลับอิหร่านในสัปดาห์นี้
เดอะวอชิงตันโพสต์ตรวจพบความเคลื่อนไหวดังกล่าว หลังจากได้วิเคราะห์ข้อมูลการติดตามเรือ ภาพถ่ายดาวเทียม และบันทึกของกระทรวงการคลัง
ท่าเรือที่เรืออิหร่านมาจอดเทียบคือท่าเรือเกาหลานในเมืองจูไห่ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป็นคลังเก็บสินค้าประเภทสารเคมีและสิ่งที่เรือชับดิส และเรือบาร์ซินขนไปอาจเป็นโซเดียมเปอร์คลอเรต ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิงสำหรับขีปนาวุธ
เรือบรรทุกสินค้าทั้งสองลำเป็นของบริษัทเดินเรือแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจและถูกสหรัฐฯ อังกฤษ และสหภาพยุโรปคว่ำบาตรอยู่ก่อนแล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตราหน้าว่าเป็นบริษัทเดินเรือที่พวกแพร่กระจายอาวุธและตัวแทนจัดหาอาวุธของอิหร่านนิยมใช้บริการ นอกจากนั้น เรือบาร์ซินยังเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเรือขนส่งโซเดียมเปอร์คลอเรตอีกด้วย
ตามรายงานของเดอะวอชิงตันโพสต์ นับตั้งแต่ต้นปีมามีเรือของรัฐบาลอิหร่านลำอื่นๆ อีกนับสิบลำเข้าเทียบท่าเกาหลานก็จริง แต่ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าการที่จีนอนุญาตให้เรือลำหนึ่งออกเดินทางไปยังอิหร่านพร้อมวัตถุที่เกี่ยวข้องกับอาวุธในช่วงสงคราม ซึ่งจีนเรียกร้องให้มีการยับยั้งชั่งใจนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
เดอะวอชิงตันโพสต์อ้างคำกล่าวของนายไอแซก คาร์ดอน นักวิจัยอาวุโสของมูลนิธิคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศที่ระบุว่า จีนน่าจะใช้อำนาจบริหารหรือออกกฎระเบียบด้านศุลกากรเพื่อกักหรือชะลอการเดินทางของเรือทั้งสองลำ แต่จีนกลับไม่ทำ
นายคาร์ดอนเห็นด้วยว่าเรือทั้งสองน่าจะบรรทุกโซเดียมเปอร์คลอเรต และเป็นทางเลือกที่จีนไตร่ตรองไว้แล้ว
นายมิอาด มาเลกี อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งทำงานเกี่ยวกับการคว่ำบาตรอิหร่านและปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของมูลนิธิเพื่อการปกป้องประชาธิปไตย ก็ได้ประเมินเช่นกันว่าเรือทั้งสองลำบรรทุกโซเดียมเปอร์คลอเรต
"ท่าเรือเกาหลานเป็นที่ตั้งของคลังเก็บสารเคมีเหลวขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้ของจีน" นายมาเลกีกล่าวกับวอชิงตันโพสต์
ทั้งนี้ สงครามสองรุมหนึ่ง เมื่อสหรัฐฯและอิสราเอลร่วมกันโจมตีและสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านเปิดฉากขึ้นเมื่อกว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อน ขณะที่นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของจีน กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ ( 8 มี.ค.) ยืนยันจุดยืนของจีนต่อสงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้ว่า “เป็นกลาง”และ “ไม่ลำเอียง” พร้อมกับเรียกร้องทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา
สหรัฐฯ กล่าวหาจีนมานานแล้วว่าจัดหาเทคโนโลยีและวัสดุที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธให้กับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม โซเดียมเปอร์คลอเรตไม่ใช่สารที่อยู่ภายใต้การควบคุมของระบบควบคุมเทคโนโลยีขีปนาวุธ (MTCR) ซึ่งกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ G-7 ก่อตั้งขึ้นในปี 2530 เพื่อจำกัดการแพร่กระจายของขีปนาวุธและเทคโนโลยีขีปนาวุธ อีกทั้งสหประชาชาติก็มิได้ระบุอย่างเจาะจงว่าห้ามส่งออกสารนี้ไปยังอิหร่านแต่อย่างใด
อ้างอิงข้อมูล : เดอะเยรูซาเล็มโพสต์

