xs
xsm
sm
md
lg

คลังน้ำมันสงขลาคุมเข้มโควตา! สั่งปั๊มห้ามขายใส่ถัง-แกลลอน ทำเกษตรกร-โรงงาน-ผู้รับเหมาเดือดร้อนหนัก เครื่องจักรจอดตายสนิท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เกษตรกร-ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมใต้ตอนล่างร้อง ส.ว.ไชยยงค์ เดือดร้อนหนักจากวิกฤตน้ำมันขาดแคลน หลังคลังน้ำมันสิงหนครสั่งคุมเข้มโควตาห้ามปั๊มขายใส่ถังหรือแกลลอน ขายให้เฉพาะรถที่มาเติมเท่านั้น แฉซ้ำราคาค้าส่งจากคลังพุ่งสูงกว่าราคาปลีกจนปั๊มอิสระอยู่ไม่ได้ วอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้ตรงจุด หลังหน่วยงานส่วนกลางยังประเมินพลาดอ้างน้ำมันมีเพียงพอ

วันนี้ (9 มี.ค.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ส.ว.กลุ่มสื่อมวลชนฯ ในฐานะเลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม-ขนส่ง และเจ้าของปั้มน้ำมันอิสระ ว่า ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาการสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ขาดแคลนน้ำมัน เนื่องจากคลังน้ำมันใน จ.สงขลาควบคุมการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด โดยลดโควต้าน้ำมันที่จ่ายให้ปั้มน้ำมันที่เป็นของ ปตท. บางจาก เชลล์ และคาลเท็กซ์ โดยกำหนดขายให้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่เข้าไปเติมในปั๊มเท่านั้น ห้ามขายให้เกษตรกรที่นำถังหรือแกลลอนไปซื้อ เพื่อใช้ในการทำการเกษตร นากุ้ง เครื่องตัดหญ้า เครื่องเลื่อยยนต์ ซึ่งเป็นเกษตรกร และผู้รับจ้างในการทำสวน

“รัฐบาลยังแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไม่ถูกจุด เพราะ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลาง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและพลังงานจังหวัดไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดการหรือการบริหารของคลังน้ำมันและของ บริษัทผู้ค้าน้ำมัน จึงพูดเหมือนกันว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนมีเพียงพอ ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงน้ำมันมีขายไม่เพียงพอและขาดแคลนในบางพื้นที่” นายไชยยงค์ กล่าว

นายไชยยงค์ กล่าวว่า ส่วนการที่ ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์ และเชลล์ ไม่ขึ้นราคาค้าปลีก ก็ช่วยได้ ช่วยแต่ผู้ที่เป็นเจ้าของรถ แต่ไม่ได้ช่วยเกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ผู้รับเหมาก่อสร้างถนนหนทางชลประทาน วันนี้ รถแบคโฮ รถแทรกเตอร์ รถไถดิน จอดตายอยู่ในบ้าน ในไซต์งาน เพราะไม่มีน้ำมันมาเติมให้เครื่องจักรกลเหล่านี้ จึงขอให้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจถึงสถานการณ์ ข้อเท็จจริง และความเดือดร้อน ของประชาชน ช่วยสั่งการให้บริษัทน้ำมันกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง และต้องไม่ขายบัญชีค้าส่งที่แพงกว่าความเป็นจริงจนสร้างความเดือดร้อนในวงกว้างอย่างที่เกิดขึ้น

ด้านนายปัญญา มีศิริ ผู้นำกลุ่มเกษตรใน จ.สงขลา กล่าวว่า การที่ปั๊มน้ำมันไม่ขายน้ำมันให้เกษตรกร สร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง เพราะขณะนี้เข้าฤดูร้อนและฝนแล้ง เกษตรกรที่ทำสวนผัก สวนผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียนที่กำลังออกดอก มะพร้าวน้ำหอม และอื่นๆ ที่ต้องใช้น้ำมันกับเครื่องสูบน้ำ เพื่อรดตนไม้และพืชผัก รวมทั้งเกษตรกรที่ทำนากุ้ง ที่ต้องใช้น้ำมันกับเครื่องยนต์ จึงขอวอนให้บริษัทน้ำมันรายใหญ่เช่น ปตท. บางจาก และอื่นๆ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนและรัฐบาลต้องเข้าใจถึงข้อเท็จจริงว่า น้ำมันไม่ได้ใช้เฉพาะผู้ใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้กับการทำการเกษตร ที่เป็นอาชีพหลักของคนไทย การที่ปั๊มไม่ขายน้ำมันให้เกษตรกร ทำให้พืชผลต่างๆ ที่ไม่ได้รับน้ำ อาจจะแห้งตาย และผลกระทบนี้เป็นวงกว้างทุกทุกจังหวัด

นายเฉลิมชัย ครูอำโพธิ์ ผู้ประการอุตสาหกรรมเหมืองหินและโรงโม่หินใน จ.สงขลา ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า โรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งผู้รับเหมาก่อสร้างถนน หนทาง แหล่งน้ำ กิจการขนสิงสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม ทั้งหมดในปัจจุบัน ไม่ได้เติมน้ำมัน หรือซื้อน้ำมันจากปั้มน้ำมัน ผู้ประกอบการทั้งหมดมีแทงก์ในการเก็บน้ำมันไว้ใช้ในกิจการของตนเอง โดยซื้อน้ำมันจากผู้ค้าส่งน้ามันเชื้อเพลิง ที่เรียกว่า ”จ็อปเบอร์” แต่ขณะนี้ คลังน้ำมันใน อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งให้บริการนำมันในภาคใต้ตอนล่าง ได้ตัดบัญชีค้าส่ง ไม่ขายน้ำมันให้บริษัทผู้ที่เป็นจ็อปเบอร์ โดยบริษัทน้ำมัน เช่น ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์ มีการตั้งราคาในบัญชีค้าส่งแพงมาก ทำให้จ็อปเบอร์ไม่มีน้ำมันส่งให้โรงงานอุตสาหกรรม สร้างความปั่นป่วนและเดือดร้อน เพราะผู้ประการอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ได้ใช้น้ำมันเพื่อเติมรถยนต์อย่างเดียว แต่ใช้กับเครื่องจักร เครื่องกล ที่ไม่สามารถซื้อน้ำมัน จากปั้มน้ำมันมาใช้ได้ เพราะปั้มน้ำมันไม่จำหน่ายน้ำมันใส่ถังให้แก่โรงงาน

“เรื่องนี้ถ้ารัฐบาลไม่เข้าใจ และไม่เร่งแก้ไข หากสงครามในตะวันออกกลางกินเวลาเป็นเดือนๆ ผู้ประการอุตสาหกรรมเดือดร้อนหนัก เพราะต้องซื้อน้ำมันจากบัญชีค้าส่งในราคาแพง เช่น ดีเซลลิตละ 37 บาท ในขณะที่ราคาที่หน้าปั้มที่ จ.สงขลา ราคาลิตรละ 31 บาทกว่า”

ด้าน น.ส .แอนนา มู่สา ผู้ประกอบการปั้มน้ำมันอิสระ ใน อ.หาดใหญ่ และ อ.สะเดา จ.สงขลา กล่าวว่า ปั้มน้ำมันอิสระในทุกจังหวัดได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะปั๊มน้ำมันอิสระ ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ตำบล ซึ่งให้บริการประชาชน ที่ไม่ต้องเสียเวลาไปเติมน้ำมันจากปั๊มใหญ่ ที่อยู่ถนนสายหลักของอำเภอ จังหวัด จำเป็นต้องปิดปั๊มน้ำมัน เพราะปั๊มอิสระซื้อน้ำมันจากบริษัทค้าส่ง หรือจ็อปเบอร์ ซึ่งเป็นบัญชีค้าส่ง แต่หลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง บริษัทน้ำมัน ทั้ง ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์ ต่างขึ้นราคาขายของบัญชีค้าส่ง เช่น ปตท.ขายบัญชีค้าส่ง ดีเซลลิตรละ 50.32 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 50.19 บาท คาลเท็กซ์ขายดีเซล ลิตรละ 37.55 บาท แก๊สโซฮอล์ 37.61

“หากปั้มอิสระต้องการซื้อในราคาสูงก็ซื้อได้ แต่จะซื้อมาขายให้ใคร เพราะ ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์ ขายน้ำมันที่ปั๊มที่ต่ำ ซึ่งเป็นราคาของปัญชีค้าปลีก ทำให้ปั๊มต้องปิด ขาดรายได้ พนักงานตกงาน ประชาชนเดือดร้อน เพราะต้องขับรถไปเติมน้ำมันที่ไกลจากหมู่บ้าน ตำบล”

ในขณะที่ผู้เป็นเจ้าของปั้ม ปตท.ใน จ.สงขลา ตรัง พัทลุง และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เปิดเผยว่า ปั๊มของพวกตน ที่อยู่ภายใต้สัญญาของ ปตท. ก็ได้รับผลกระทบ เพราะ ปตท.ที่เป็นบริษัทแม่ตัดโควต้าของปั้ม เช่น ก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ปั๊มขายน้ำมันได้วันละ 30,000 ลิตร แต่หลังเกิดสงคราม บริษัท ปตท.ให้ซื้อได้เพียง 20,000 ลิตร ทำให้ไม่พอขาย บางวันบ่ายๆ ก็ไม่มีน้ำมันขายให้ผู้ใช้รถแล้ว บางปั๊มสั่งซื้อน้ำมันไป 3 โปรดักส์ เช่น ดีเซล แกสโซฮอล์ 91 และ 95 แต่ได้น้ำมันเพียง 2 โปรดักส์ เพราะคลัง น้ำมัน และบริษัทน้ำมันต้องบริหารให้น้ำมันมีพอใช้ จนกว่าเรือบรรทุกน้ำมันจากโรงกลั่นมาส่งน้ำมันให้คลังน้ำมัน ที่ อ.สิงหนคร จ.สงขลา

“ดังนั้น หลายๆ ปั๊มจึงแก้ปัญหาด้วยการเติมน้ำมันให้ลูกค้าแบบจำกัดลิตร เช่น รถยนต์ คันละ 500 บาท รถจักรยานยนต์คันละ 100 บาท บางปั๊มเติมให้รถยนต์ 200 บาท และ รถจักรยานยนต์ 100 บาท ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ต้องตระเวนเติมน้ำมันถึง 2-3 ปั้ม เพื่อป้องกันรถยนต์น้ำมันหมด”