xs
xsm
sm
md
lg

คนไทยชุดแรก อพยพหนีไฟสงคราม ปั๊มน้ำมันเล็กแบกต้นทุนไม่ไหว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไฟสงครามตะวันออกกลางระอุ คนไทยชุดแรกหนีตายจากอิหร่านถึงตุรกีปลอดภัย ขณะที่ผลกระทบในประเทศรุนแรง ปั๊มน้ำมันรายย่อยแบกต้นทุนไม่ไหวทยอยปิดกิจการ เรียกร้องรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ

สถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าสู่จุดตึงเครียดภายหลังมีการโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตน้ำมันในอิหร่าน ส่งผลให้ท้องฟ้าเหนือกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันหนาทึบ และฝนตกลงมาจากเมฆสีดำและหยดน้ำมัน ขณะที่ การอพยพคนไทยออกจากพื้นที่สู้รบมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทย ในพื้นที่อิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานและเมืองกุมรวม 62 คน นำโดยนางสาวชญานิษฐ์ ประเสริฐผล ที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เดินทางโดยรถยนต์ถึงตุรกีแล้วในช่วงค่ำวันที่ 7 มีนาคม 2569 ด้วยความปลอดภัย โดยมีกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเข้าเมืองที่ด่าน Kapikoy ของตุรกี จากนั้น คณะทั้งหมดได้เดินทางต่อไปเข้าพักที่โรงแรมในเมืองวานเพื่อรอเดินทางกลับประเทศไทยโดยเครื่องบินต่อไปในสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกถึงประเทศไทยวันที่ 9 มีนาคม และกลุ่มถัดไปถึงประเทศไทยวันที่ 10 มีนาคม 2569

นอกจากนี้ ยังจะมีคนไทยในอิหร่านกลุ่มถัดไปที่จะเดินทางออกจากอิหร่าน ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 ไปยังตุรกี โดยกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จ การอพยพคนไทยในอิหร่านครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรก นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ตุรกี ยังมีภารกิจที่ชายแดนอีกด่าน เพื่อรอรับคนไทยที่อพยพออกจากอิรัก ซึ่งอยู่ในการดูแลของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน ที่จอร์แดน โดยคนไทยในอิรักได้เดินทางข้ามแดนเข้าตุรกีมาที่ เมืองมาร์ดิน (Mardin) แล้วรวม 3 รอบ รวมทั้งหมด 18 คน โดยรอบล่าสุดคือเมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคม 2569 จำนวน 10 คน และจะเดินทางจากนครอิสตันบูลของตุรกีเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป

ขณะที่ สถานการณ์ด้านราคาน้ำมันนั้นแม้ว่าจะอยู่ในระหว่างที่รัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมัน แต่ปรากฎว่าปั๊มน้ำมันขนาดเล็กในต่างจังหวัดเตรียมประกาศทยอยปิดกิจการ เนื่องจากแบกรับต้นทุนไม่ไหว หรือบางแห่งประกาศขึ้นราคาน้ำมันเพื่อให้สอดคล้องกับราคาต้นทุน เช่น ที่ปั๊มทรัพย์พะยอม ถนนทางหลวง 108 ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นปั๊มผู้ประกอบการเอกชนอิสระอีกหนึ่งแห่งในพื้นที่อ.แม่สะเรียง ที่เปิดจำหน่ายน้ำมันมานานหลายปีได้ตัดสินใจประกาศปรับขึ้นราคาหลังราคาน้ำมันหน้าคลังปรับตัวสูงทำให้ต้นทุนสูงจากผลกระทบวิกฤตน้ำมันโลกสงครามตะวันออกกลาง เช่นเดียวกับ ผู้ประกอบการปั้มน้ำมันอิสระ ใน อ.หาดใหญ่ และ อ.สะเดา จ.สงขลา ก็ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน

ด้าน นายพรเพิ่ม ทองศรี ส.ว.และประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ระบุว่า แม้รัฐบาลประกาศว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับ 60 วัน แต่ประชาชนส่วนใหญ่อาจยังไม่เข้าใจความหมายที่ชัดเจน รัฐบาลจึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจและแสวงหาแหล่งพลังงานสำรองแห่งใหม่เพิ่มเติมโดยไม่รอให้สงครามยุติ เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกจนนำไปสู่การนำภาชนะต่างๆ ไปซื้อน้ำมันกักตุน ซึ่งหากประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ สถานการณ์ทุกอย่างจะยังคงทรงตัวแม้ราคาอาจปรับสูงขึ้นเล็กน้อย ดังนั้น รัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสไม่ก่อให้เกิดผลเสีย ช่วยลดความสับสนและลดความกังวลของประชาชน รวมทั้งป้องกันปัญหาความขัดแย้งรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งการให้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนจะช่วยให้สังคมสงบลงและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีสติ