xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลจบเรียบร้อย “อนุทิน”ควบกลาโหม!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อนุทิน ชาญวีรกูล - พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
เมืองไทย 360 องศา

เอาเป็นว่านาทีนี้ การจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นั่นคือ มีการกำหนดพรรคร่วมรัฐบาล และการแบ่งโควตาเก้าอีรัฐมนตรีของแต่ละพรรคเรียบร้อยแล้ว เหมือนกับที่นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยระบุเอาไว้นั่นแหละ

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า น่าจะตกผลึก 99.99% ก่อนระบุว่า การเมืองมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ จึงขอเว้นไว้ 0.1%

“ก็ค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้ว แต่เรื่องนี้ผมขอให้หัวหน้าพรรค เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า” นายไชยชนก กล่าวตอบคำถาม ระหว่างงานสัมมนาพรรคภูมิใจไทย ที่จังหวัดบุรีรัมย์

เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเป้าหมายการสัมมนา สส.ว่า พรรคภูมิใจไทยมีการเติบโตขึ้นมากขึ้นกว่าสองเท่าตัว มีสมาชิกใหม่มากกว่าสมาชิกเก่า เจตนาการสัมมนาครั้งนี้ คือการทำความเข้าใจให้มีความสนิทสนมกลมเกลียวมากขึ้น เป็นการแลกเปลี่ยนทัศนคติในความเป็นพรรคภูมิใจไทย แม้ตนจะเป็น สส.สมัยที่สอง ซึ่งพรรคภูมิใจไทย จะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากพรรคอื่น อยู่กันเป็นครอบครัว ซึ่งจะมีการทำความรู้จักกัน ส่วนเรื่องการปรับตัวไม่ใช่แค่ สส.ใหม่ แต่รวม สส.เก่า ด้วย

ส่วนในเชิงการทำงานของพรรคภูมิใจไทยสมัยนี้ หลายคนคงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่ครั้งนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม สิ่งหนึ่งที่จะต้องโฟกัสมากขึ้นคือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงของฝ่ายบริหารอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตที่รุมเร้า และความไม่แน่นอนต่างๆ และวางรากฐานให้ประเทศพัฒนาไปทางที่ดีขึ้น

ถามว่า เมื่อพรรคใหญ่ขึ้น จะมีการบริหารมุ้ง และก๊กต่างๆ อย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พูดคุยมาตลอด และจะต้องพูดคุยเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อครั้งที่แล้ว ก็มีคลื่นใต้น้ำเหมือนกัน และเราผ่านมาแล้ว ซึ่งสิ่งที่ทำให้สั่นคลอนที่สุดหากถามตนไม่ใช่เรื่องกาสิโน หรือการมีปัญหากับพรรคร่วม จากรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้าน แต่มันมีปัญหาบางจังหวะที่เกิดจะคลื่นใต้น้ำ ที่ทำให้เอกภาพของพรรคภูมิใจไทยสั่นคลอน

ฉะนั้น ครั้งนี้เมื่อเราเป็นพรรคที่ใหญ่ขึ้น และสิ่งที่ทุกคนเป็นกังวลในเบื้องต้น แต่จากที่ได้พูดคุย และพบเจอกันและจากการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานที่วันนี้คนทำงานจริงได้มีเวทีได้มีพื้นที่เฉิดฉายและเติบโตในการทำงานหลากหลายรูปแบบ จึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สลายในเรื่องของมุ้งไปพอสมควร

“ถ้าเกิดใครทำเรื่องนี้แล้วทำให้เกิดผลกระทบ เราจะมีบทลงโทษและการจัดการอย่างเด็ดขาดแน่นอนจากฝ่ายบริหาร”

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า วันที่ 14 มี.ค. เราได้รับแจ้งเบื้องต้นว่า จะมีรัฐพิธี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภา ซึ่งวันนั้น ขาดไม่ได้แม้แต่คนเดียว เพราะเป็นพิธีกรรมที่มีความสำคัญมาก และหลังจากนั้นทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอน โดยจะมีการนัดประชุมสภาฯนัดแรก ลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานอีก 2 คน หลังจากนั้น เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ประธานสภาฯคนใหม่ จะนัดประชุมอีกครั้ง เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีก็จะต้องรอโปรดเกล้าฯ ไปตั้งคณะรัฐมนตรี ฉะนั้นยังมีขั้นตอนอีกมากมายกว่าจะถึงวันที่มีรัฐบาล

ฉะนั้นตอนนี้ เราสามารถทำหน้าที่ สส.ได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องไปบอกว่ารอตั้งรัฐบาลเสร็จก่อน หรือรอเปิดประชุมก่อน หรือเปิดสภาฯอะไรก่อน ไม่ต้องเพราะสถานะความเป็นสส.ของท่านเกิดขึ้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา การรับรอง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำให้ท่าน ณ ขณะนี้เป็น สส.แล้ว เงินเดือนของท่านเริ่มวันที่ 8 กุมภาพันธ์ สถานะต่างๆ ของท่าน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เอกสิทธิ์ทั้งหลายของท่านก็เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ แม้ว่าการรับรองสส.พึ่ง จะเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา

ฉะนั้นตอนนี้ ท่านต้องทำตัวเป็น สส.แล้ว ซึ่งมีกฎข้อบังคับระเบียบจริยธรรมที่ต้องดำเนินการยุคนี้เป็นยุคจริยธรรม ตามกฎหมายอย่างเดียวไม่พอ หากใครสงสัยไปอ่านได้ ศาลรัฐธรรมนูญเขียนไว้บทบัญญัติจริยธรรมมีอะไรบ้าง แค่สงสัยโดยคนส่วนใหญ่ว่า ท่านมีพฤติกรรมไม่ชอบไม่ถูกต้องพฤติกรรมไม่ดีท่านเข้าข่ายจริยธรรมแล้ว ฉะนั้นตรงนี้ เราจะประมาทไม่ได้ขอให้ถือคัมภีร์นี้ ติดตัวไว้ตลอดเวลา

เพื่อจะได้ไม่มีผลกระทบอะไรต่อท่าน และสถานะของเราและตำแหน่งที่อาจจะไปเป็นตั้งแต่ กรรมาธิการ ประธานกรรมาธิการ รัฐมนตรี หรือตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ในความ สส.เป็นได้ ฉะนั้นตรงนี้ต้องระวังเป็นอย่างมาก และที่สำคัญคนรอบข้างท่านจะมีผู้ช่วยอะไรก็แล้วแต่ จะต้องคัดเลือกมาอย่างดี อย่าให้มีปัญหา อย่าไปเอาคนที่มีปัญหามาอยู่เป็นที่ปรึกษา หรือเป็นผู้ช่วย เพราะตำแหน่ง สส.จะมีผู้ชำนาญการมีผู้ช่วยอีกหลายคน พวกนี้ต้องดูประวัติให้เรียบร้อยด้วย ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหากับพวกเราได้ในอนาคตเช่นกัน จากนี้ไปไม่ใช่ว่าโอเคไม่เป็นไร เดี๋ยวเคลียร์ได้ ยิ่งเคลียร์ยิ่งดัง มีคนพร้อมคอยที่จะช่วยกระจายข่าวให้อยู่แล้ว ฉะนั้นตรงนี้เราจะต้องมีความระมัดระวังในการทำงาน และดำรงตำแหน่ง สส. อย่างเต็มที่หลายหลายอย่างจะเกิดขึ้นจากการปฐมนิเทศในวันนี้

จากคำพูดของระดับแกนนำพรรคภูมิใจไทยดังกล่าว ทั้ง นายไชยชนก ชิดชอบ และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้เห็นว่าการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุด “อนุทิน 2” ได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้ว โดยมีพรรคร่วมรัฐบาลหลักๆ คือ พรรคเพื่อไทย และพรรคขนาดเล็กอีกหลายพรรค รวมแล้วมีเสียงสนับสนุนประมาณกว่า 290 เสียง โดยที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ความหมายชัดเจนก็คือ พรรคกล้าธรรมต้องไปเป็นฝ่ายค้าน

ขณะเดียวกันจากคำพูดของ นายอนุทิน ยังชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลของพวกเขาจะเน้นในเรื่องมาตรฐานจริยธรรม โดยยึดบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยวินิจฉัยเอาไว้

แน่นอนว่า การที่ไม่มีพรรคกล้าธรรมเข้าร่วม ย่อมเป็นที่พอใจทั้ง พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ทำให้การแบ่งสรรโควตารัฐมนตรีได้อย่างลงตัวมากขึ้น โดยในส่วนพรรคภูมิใจไทยนั้น ตำแหน่งรัฐมนตรีส่วนใหญ่จะเป็นไปตามตำแหน่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้น

ที่น่าจับตาก็คือ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าจะเป็นใคร

และสิ่งที่กลายเป็นจุดสนใจตอนนี้ก็คือ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าจะเป็นใคร จากเดิมที่มีการปล่อยออกมาว่าเป็น “บิ๊ก ด.” ทำให้มีการคาดเดากันออกมาสองสามคน แต่ล่าสุดนายอนุทิน เป็นคนพูดออกมาเองว่า “ผมไม่เคยบอกว่าจะไม่ควบกลาโหม” ทำให้ต้องมาคิดกันใหม่ว่า “เขาไม่ได้ปฏิเสธ” ที่จะควบเก้าอี้กลาโหม จากเดิมที่คาดกันว่า จะนั่งควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อไปเช่นเดิม

แต่เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าวทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม หากให้เดาก็น่าจะเป็นคนเดิมคือ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 รุ่นเดียวกับผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน และยังถูกมองว่าคุ้นคุยกับ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” อีกด้วย

ขณะที่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่จะมาแทน นายอนุทิน นาทีนี้ยังมองไม่ชัด แม้ว่าจะพยายามมองไปที่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการคนปัจจุบันก็ตาม แต่เอาเป็นว่าเมื่อ นายอนุทิน ไปนั่งควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยที่ไม่ต้องใช้โควตาคนนอก ทำให้การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีกับ “บ้านใหญ่” ในพรรคไหลลื่นมากขึ้นกว่าเดิมนั่นแหละ!!