วิกฤตตะวันออกกลางระอุ รัฐเร่งอพยพคนไทยหนีภัยสงคราม หวั่นผลกระทบเศรษฐกิจในประเทศ เริ่มพบสัญญาณกักตุนสินค้าสู้ราคาน้ำมันพุ่ง
สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ทวีความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น ภายหลังการสู้รบมีแนวโน้มจะขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ในเวลานี้รัฐบาลได้เร่งดำเนินการอพยพคนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงออกมาอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน ผลกระทบในทางเศรษฐกิจที่มีต่อประเทศไทยนั้นก็เริ่มพบสัญญาณบางประการที่ไม่ค่อยดีแล้ว คือ การกักตุนสินค้าของผู้ประกอบการเพื่อลดผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกี่กำลังจะเพิ่มสูงขึ้น
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงประจำวันถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แถลงที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล ว่า พัฒนาการของสถานการณ์ในวันนี้สถานการณ์โดยรวมยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องจากการโจมตีด้วยเป็นขีปนาวุธและโดรน พื้นที่ยังต้องติดตามเฝ้าระวังใกล้ชิดได้แก่ อิรัก ซึ่งความรุนแรงเพิ่มขึ้นและเลบานอน ซึ่งถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้ทำให้เกิดการอพยพของพลเรือน ซึ่งเข้าข่ายเป็นวิกฤตการณ์ทางด้านมนุษยธรรม นอกจากนี้ยังมีการโจมตีไปพื้นที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา เช่น ฐานทัพและที่พักคนอเมริกัน ในรัฐอ่าวอาหรับอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่สามารถสกัดกั้นได้
นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การเปิดปิดน่านฟ้าในปัจจุบันมีดังนี้ ประเทศที่ยังปิดน่านฟ้าอยู่สำหรับการบินพาณิชย์ ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล ซีเรีย อิรัก บาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์ ในส่วนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เริ่มเปิดเที่ยวบินอย่างจำกัดเพื่อระบายผู้โดยสารตกค้าง ส่วนคนไทยยังไม่มีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดีกระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็วที่สุด รวมทั้งขอให้ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในความรับผิดชอบ
ทั้งนี้ ความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทย เริ่มที่อิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานได้เดินทางออกแล้วเมื่อเช้าตู่รวม 62 คน และจะมีอีกกลุ่มหนึ่งออกเดินทางในวันที่ 10 มีนาคม ในฝั่งตุรกีคณะจากกรมการกงสุลนำโดยนายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้เดินทางถึงเมืองวานแล้วเมื่อวันที่ 6 มีนาคม เพื่อร่วมกับทีมของสถานเอกอัครราชทูตกรุงอังการา เพื่อปฏิบัติภารกิจในการรับคนไทยที่อพยพมาจากอิหร่าน โดยทีมงานทั้งหมดได้เดินทางไปยังด่านชายแดนคัปปิกอย ของตุรกี เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่จะเดินทางมาจากอีหร่าน ทั้งนี้ในการนำคนไทยออกจากอิหร่าน ฝ่ายไทยได้ประสานงานกับฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งรัฐบาลอิหร่าน ฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อให้มั่นใจว่าการอพยพจะเป็นไปอย่างราบรื่นปลอดภัย
นอกจากนี้สถานเอกอัครทูต กรุงอังการา ตุรกี ต้องปฎิบัติภารกิจที่ชายแดนอีกด้าน เพื่อรอรับคนไทยที่อพยพออกจากอิรัก 10 คน ซึ่งจะเดินข้ามข้ามด่านจากอิรักเข้าตุรกี ที่เมืองมาร์ดิน เพื่อช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยต่อไป ถัดมาคือซาอุดิอาระเบียเป็นอีกที่ยังสามารถบินกลับไทยได้ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่เมืองจิดดาห์ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียง ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน สถานเอกอัครราชทูตกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และสถานเอกอัครราชทูต ณ คูเวต ที่น่านฟ้ายังปิดอยู่ในการรับคนไทยเดินทางข้ามแดนหรือรับไปยังปลายทางอื่นทางอากาศ
ขณะเดียวกัน สมาคมภัตตาคารไทย เตรียมยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วน 4 ข้อ ได้แก่ 1.ตรึงราคาแก๊สหุงต้มภาคธุรกิจร้านอาหาร (LPG ภาคพาณิชย์) 2.ลดค่าไฟฟ้าสำหรับธุรกิจอาหารในช่วงวิกฤต 3.ตั้งกองทุนพลังงานสำหรับ SME อาหาร โดยนางฐนิวรรณ กุลมงคล ระบุว่า เมื่อต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น จะส่งผลโดยตรงต่อราคาขายอาหาร หากรัฐบาลเตรียมพร้อมดั่งข้อเสนอ จะช่วยป้องกันการขึ้นราคาอาหารทันที อีกทั้งลดเงินเฟ้อด้านอาหาร และรักษาการจ้างงานในธุรกิจร้านอาหาร อีกทั้ง ขอเสนอให้ กระทรวงพาณิชย์ จัดระบบควบคุมตรวจสอบราคาวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำมันพืช เนื้อสัตว์ ไข่ ข้าว เป็นต้น รวมถึงเข้มงวดใช้กฎหมายเอาผิดเพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า ซึ่งเรื่องนี้จะเสนอให้ตั้งคลังวัตถุดิบอาหารสำรอง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
โดยหลายฝ่ายกังวลว่าสงครามตะวันออกกลางไม่น่าจะจบภายใน 1 เดือน กระแสต่อปริมาณน้ำมัน แก๊สหุงต้ม และค่าขนส่งที่ระบุจะขยับขึ้นจากนี้ เริ่มสร้างความตื่นตัวกับการกักตุนสินค้าเพื่อการประกอบอาหาร จะมีผลจิตวิทยาต่อราคาอาหารปรุงสำเร็จทั่วไปอาจขอปรับราคา หรือลดปริมาณเพื่อคงราคาในภาวะกำลังซื้อไม่ดี แม้ตอนนี้จะยังไม่มีการขยับราคาทั่วไป แต่หากต้นทุนทุกอย่างขยับ ธุรกิจร้านอาหารก็ต้องขยับ ซึ่งสำหรับร้านใหญ่ ที่มีข้อตกลงระยะยาวน่าจะตรึงได้นานที่สุด แต่ร้านย่อยทั่วไปอาจทนได้ระยะสั้น สิ่งสำคัญตอนนี้ คือ รัฐบาลและหน่วยงานรัฐจะให้ความมั่นใจถึงปริมาณพลังงานและวัตถุดิบเพียงพอ ไม่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาต้นทาง ซึ่งตอนนี้สมาชิกสมาคมยืนยันไม่มีการปรับราคาเมนูใดๆ พร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล

