ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อีกทั้งยังถูกกดดันจากความกังวลผลกระทบเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง และแรงขายสุทธิสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยในวันที่ 6 มีนาคม 2569 เงินบาทปิดที่ 31.94 บาทต่อดอลลาร์ หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ 31.95 บาท ระหว่างสัปดาห์ จากสัญญาณเงินทุนไหลออกทั้งตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย รวมกว่า 32,000 ล้านบาท ขณะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังหนุนดอลลาร์และลดโอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้
ส่วนสัปดาห์ระหว่างวันที่ 9-13 มีนาคม 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.30-32.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ตัวเลขการคาดการเงินเฟ้อของผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน ดัชนีราคา PCE/Core PCE ข้อมูลยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ผลสำรวจ JOLTS เดือนมกราคม และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 (prelim) รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภคดัชนีราคาผู้ผลิต ตัวเลขการส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยเช่นกัน
ด้านความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ร่วงแรงช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก จากความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านและเกิดการตอบโต้ รวมถึงการจำกัดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงจนดัชนีดิ่งกว่า 100 จุด หรือราว 8% และแตะเกณฑ์ Circuit Breaker ระดับ 1 ก่อนฟื้นตัวสั้น ๆ จากข่าวความพยายามเจรจาหยุดยิงและการรับรองผลเลือกตั้ง สส. เพิ่มเติม แต่ตลาดกลับมาอ่อนตัวอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ โดยวันที่ศุกร์ที่ 6 มี.ค. 2569 SET ปิดที่ 1,410.37 จุด ลดลง 7.71% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 110,482.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.51% ขณะที่ดัชนี mai ปิดที่ 218.11 จุด ลดลง 5.62%
ส่วนสัปดาห์ถัดไป (9-13 มี.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่าดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,345 และ1,300 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,425และ 1,460 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประเด็นการเมืองในประเทศ และทิศทางเงินทุนต่างชาติส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนีราคาPCE/Core PCE เดือนมกราคม ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนกุมภาพันธ์ ของจีน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนกุมภาพันธ์ ของญี่ปุ่น รวมถึงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมกราคม ของยูโรโซน

