แพร่ - ปปท.ยกคณะตามสอบปม “โรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล ก่อมลพิษ” หลังชาวเด่นชัยร้อง คนในรัศมี 600 เมตร ได้รับผลกระทบ-เจ็บป่วย พบผจก.ยอมรับซื้อไม้สักจากชุมชนเป็นวัตถุดิบ สวนทางคำชี้แจงของหน่วยงานรัฐก่อนออกใบอนุญาต-ไม่ก่อมลภาวะ
ระหว่างนายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ3 นางสาวสาริสา รอดถาวร ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ นายจักรกริช พลดาหาญ รองผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.9) นายอนุชา สัตยดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดแพร่ นายชาญชัย แก้วประดับ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ (DSI) นายธีรพงษ์ ธงออน ผู้แทนธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ นางเครือวัลย์ ปัญญาไวย เครือข่ายภาคประชาสังคมในการต่อต้านการทุจริตจังหวัดแพร่ พร้อมคณะ รวม 24 คน ลงพื้นที่จังหวัดแพร่สุดสัปดาห์นี้
นอกจากจะเข้าตรวจสอบการก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ มูลค่ากว่า 657 ล้าน ที่มีปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานแล้ว ยังได้เข้าตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ กรณี โรงงานแปรูปไม้ บริษัทกรีนเทอร์มินอล จำกัด ผู้ผลิต “ชีวมวลไม้อัดแท่ง” ที่ปล่อยมลภาวะทางเสียง อากาศ จนส่งผล กระทบชาวบ้านบ้านต้นม่วงหมู่ 1 ตำบลปงป่าหวาย รอบๆ โรงงานในรัศมี 600 เมตร มีอาการป่วยทางเดินหายใจ และบางรายแพทย์แนะนำให้อพยพออกไปอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย
คณะฯได้นัดหมายหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าหารือที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลปงป่าหวาย อาทิ อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่(ทสจ.แพร่) สาธารณสุขจังหวัดแพร่(สสจ.แพร่) ผู้บริหารเทศบาลตำบลปงป่าหวาย ธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคง (กอรมน.)และ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ ขณะที่นางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ ส.ส.แพร่ เขต 3 ก็เดินทางเข้าร่วมรับอฟังสภาพปัญหาด้วย
ที่ประชุมได้เปิดให้ทางราชการได้ชี้แจง การก่อตั้งโรงงานมานานกว่า 3 ปีที่ผ่านมาและเมื่อเกิดปัญหาเข้ามาแก้ไขอย่างไร ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ยืนยันว่าโรงงานถูกต้องทุกประการทั้งการขออนุญาตและไม่มีการปล่อยมลภาวะเกินค่ามาตรฐาน ขณะที่ ทสจ.แพร่ ก็ยืนยันว่าโรงงานแห่งนี้ขออนุญาตจากกรมโรงงานตามข้อ 34 (4) ให้ใช้ไม้นอกประเภทจำนวน 13 ชนิด ทสจ.แพร่ จึงออกใบอนุญาตให้ ซึ่ง ทสจ.แพร่ได้เข้าตรวจถึง 2 ครั้ง พบมีเพียงไม้จามจุรีเป็นวัตถุดิบเท่านั้น และได้โชว์ภาพผ่านหน้าจอโปรเจ็คเตอร์
ด้านสาธารณสุขจังหวัดแพร่ ได้กล่าวถึงมีผู้ป่วยทางเดินหายใจในบริเวณรอบๆ โรงงาน ได้ส่งรถตรวจคุณภาพอากาศเข้ามาในพื้นที่ ก็พบว่ามีค่ามาตรฐาน ไม่เป็นอันตราย ศูนย์ดำรงธรรมก็แจ้งว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายตามระเบียบทุกประการ
ในส่วนของผู้ได้รับผลกระทบ ที่มารอฟังการพิจารณาของ ปปท. หลายคนไม่ได้เข้าฟัง เนื่องจากเทศบาลปงป่าหวาย ห้ามชาวบ้านไม่ให้เข้าฟังเพียงให้ส่งตัวแทนเข้าไปในห้องประชุมเท่านั้น
นางนงลักษณ์ ปลาเงิน ตัวแทนชาวบ้าน ได้กล่าวถึงความไม่ปกติในการก่อตั้งโรงงานจนเกิดมลภาวะในชุมชนว่า โรงงานมีการขออนุญาตที่ผิดปกติ การรับฟังความคิดเห็นต่อชุมชนเพื่อก่อตั้งโรงงานในวันที่ 10 ธันวาคม 2565 ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นแต่แจ้งว่าจะมาซื้อเศษไม้เหลือใช้ในชุมชนไปจำหน่ายต่อ (เศษไม้ในชุมชนคือไม้สัก)
หลังจากนั้นโรงงานขออนุญาตจากกรมโรงงาน ใบ รง. 4 ลำดับที่ 34 (4 ) ใบอนุญาตนี้ใช้ไม้นอกประเภทอยู่ในประเภทไม้ 13 ชนิดเท่านั้น ไม่มีไม้สัก กระทั่งได้นำเครื่องจักรมาเพิ่มเติมเพื่อบดอัดไม้เป็นไม้อัดแท่ง ในปี 2567 มีการแจ้งขอเพิ่มเครื่องจักรเป็น 800 แรงม้า วันที่ 7 สิงหาคม 2567 แต่ก็ไม่ได้ขออนุญาตเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ กฎหมายควบคุมมลภาวะ กฎหมายท้องถิ่น
นางนงลักษณ์กล่าวด้วยว่า โรงงานมายังไม่มีการขออนุญาตใบประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ( อภ.2 ) มาตั้งแต่เริ่มกิจการ ซึ่งผู้รักษากฎหมายไม่มีการปฏิบัติบังคับใช้กฎหมายมานาน ถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่
โอกาสนี้ตัวแทนจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่ และธรรมมาภิบาลจังหวัดแพร่ เสนอให้ ปปท.เร่งดำเนินการตามกฎหมายเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง
หลังจากนั้นทางตัวแทนชาวบ้านได้นำหลักฐานที่มองว่าเข้าข่ายการละเมิดกฎหมาย การกระทำผิดกฎหมาย การละเว้นไม่บังคับใช้กฎหมาย รวบรวมเป็นเอกสารส่งให้กับนายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ3 และยื่นต่อนางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ ส.ส.แพร่ เขต 3
ต่อมาคณะ ปปท.ได้เดินทางไปดูโรงงานและเข้าพบนายศักดา พรมเลิศ ผู้จัดการโรงงาน ซึ่งยังยืนยันว่าโรงงานสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน มีการจ้างแรงงานในชุมชน และที่สำคัญคือการรับซื้อไม้สักในชุมชน โดยมีผู้ประกอบการไม้สักกว่า 200 รายที่โรงงานรับซื้อ ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านต้องนำเศษไม้สักไปเผาทิ้งไม่ได้ประโยชน์

