xs
xsm
sm
md
lg

ฉุดไม่อยู่แล้ว!น้ำมันพุ่ง $9 จากวิกฤต ตอ.กลาง ทองฟื้น-หุ้นสหรัฐฯปิดลบหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ราคาน้ำมันขยับขึ้นในวันศุกร์(6มี.ค.) หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องอิหร่าน ให้ยอมจำนวนแบบไม่มีเงื่อนไข ซ้ำเติมความกังวลสงครามยืดเยื้อยาวนานที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก ปัจจัยนี้ฉุดวอลล์สตรีทปิดลบ ขณะที่ทองคำฟื้นตัว นักลงทุนแห่ถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 9.89 ดอลลาร์ ปิดที่ 90.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 7.28 ดอลลาร์ ปิดที่ 92.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์ โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล สื่อสังคมออนไลน์ว่า "จะไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน ยกเว้นแต่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข"

ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน ก่อความปั่นป่วนด้านการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงทำให้การขนส่งพลังงานอยู่ในภาวะแน่นิ่งในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงอันสำคัญ โหมกระพือความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจ

ปัจจัยความกังวลทางเศรษฐกิจนี้ ฉุดตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบในวันศุกร์(6มี.ค.) โดยดาวโจนส์และเอสแอนด์พี 500 แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน ท่ามกลางภาวะถดถอยอย่างฉับพลันในตลาดแรงงานอเมริกา และการดีดตัวขึ้นกว่า 12%ของราคาน้ำมันภายในประเทศ

ดาวโจนส์ ลดลง 453.19 จุด (0.95 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 47,501.55 เอสแอนด์พี ลดลง 90.69 จุด (1.33 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,740.02 จุด แนสแดค ลดลง 361.31 จุด (1.59 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 22,387.68 จุด

ตัวเลขการจ้างงานที่น่าผิดหวัง โหมกระพือความกังวลหนักหน่วงขึ้นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะเข้าสู่ภาวะซบเซา ในขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ผลักราคาพลังงานให้ดีดตัวสูงขึ้น

สถานการณ์การสู้รบระหร่างอิหร่านกับสหรัฐฯและอิสราเอล และตัวเลขการจ้างงานที่น่าผิดหวัง ก่อความซับซ้อนต่อเส้นทางการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) และโหมกระพือความกังวลขึ้นมาอีกรอบเกี่ยวกับแรงกดดันเงินเฟ้อ

ส่วนราคาทองคำปรับขึ้นในวันศุกร์(6มี.ค.) ฟื้นตัว หลังจากดิ่งลงกว่า 1% หนึ่งวันก่อนหน้านี้ นักลงทุนกลับมาถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 1.6 % ปิดที่ 5,158.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(ที่มา:รอยเตอร์)