"ผู้การฯ เอนก" เผย "เบน สมิธ" หนีซุก ยูเออี. เตรียมขอหมายแดงประสานตำรวจสากลช่วยจับ โต้ทนายหาการเมืองบงการ ยันหลักฐานชัด เจตนาโกงผู้เสียหาย กุเรื่องลงทุนซื้อหุ้นบริษัท
วันนี้ (4 มี.ค. ) พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. หนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนคดี "เบน สมิธ" กล่าวถึงกรณี นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของ นายเบน สมิธ ออกมาแถลงข่าวตอบโต้ พร้อมมองว่ามีการเมืองแอบแฝงว่า ตนได้รับทราบข้อมูลที่ทางทนายความฝั่งผู้ต้องหาแถลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีที่ทนายระบุว่าลูกความไม่ยอมกลับมาสู้คดีเพราะไม่เชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมนั้น ในส่วนของตำรวจเมื่อมีการออกหมายจับและทราบแน่ชัดว่าผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ขั้นตอนต่อไปคือการดำเนินการออกหมายแดงเพื่อสืบสวนติดตามจับกุมตามที่เคยมีข่าวปรากฏไปก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะนี้ทราบพิกัดแล้วว่าเบน สมิธ พำนักอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
ส่วนประเด็นที่ทนายความตั้งข้อสงสัยว่ามีความพยายามบิดเบือนให้กลายเป็นคดีอาญา พล.ต.ต.เอนก ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนเข้าใจว่าทางทนายความก็ต้องทำหน้าที่ปกป้องลูกความ ซึ่งสิ่งที่ทนายแถลงเมื่อวานตนรับรู้ทั้งหมดแต่ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะพูดคุยถึงรายละเอียดได้ จึงอยากให้ประชาชนรอติดตามความคืบหน้าต่อไป ส่วนที่มีการพาดพิงถึงกรณีของ "ดิไอคอน" ว่าทำงานล่าช้ามากกว่าคดีดังกล่าว ยืนยันว่าพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติหน้าที่สืบสวนสอบสวนมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่อยากให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดตามคำแถลงดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีการออกหมายจับ ผู้ต้องหาคนสำคัญทางคดีอย่าง นายเบนสมิธ และ ภรรยา ไปแล้ว แต่ในส่วนการดำเนินการทางคดีของเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยังคงขยายผลสืบสวนสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงทางคดีต่อเนื่อง โดยจะมีการเรียกสอบกลุ่มพยานบุคคลที่เป็นกรรมการบริษัทต่าง ๆ ที่นายเบนสมิธ ใช้แอบอ้างกับผู้เสียหาย เพิ่มเติมอีกหลายปาก เพื่อพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดด้วยหรือไม่ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดก็จะมีการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกันในส่วนของการสืบสวนติดตามตัว นายเบนสมิธและภรรยา มาดำเนินคดีนั้น เบื้องต้นทางคณะพนักงานสอบสวน ได้เตรียมทำหนังสือประสานไปยังกระทรวงต่างประเทศ เพื่อพิจารณาออกหมายแดงผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกมาเคลื่อนไหวของทนายความฝั่งผู้ต้องหาที่พยายามโต้แย้งว่าคดีดังกล่าวเป็นเรื่องทางแพ่งไม่ใช่คดีอาญา แต่ทางชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวก็ไม่ได้หนักใจ และมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ โดยเฉพาะหลักฐานต่าง ๆ ที่บ่งชี้ว่า กลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้มีการนำเงินของผู้เสียหายไปลงทุนซื้อหุ้นบริษัทตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งส่อให้เห็นถึงแผนประทุษกรรมที่กลุ่มผู้ต้องหาพยายามกุเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเงินจากผู้เสียหายโดยเฉพาะ

