กองบัญชาการตำรวจสิงคโปร์แถลงเมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) เรื่องความคืบหน้าครั้งใหญ่ในคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับ "ไท่จื่อจี๋ถวน" หรือ ปรินซ์ กรุ๊ป (Prince Group) โดยระบุว่าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงมกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมชาวสิงคโปร์ 3 ราย ได้แก่ ตัน ยู เคียต, ไนเจล ถัง วัน เป่า นะบิล , และ อลัน โยว นอกจากนี้ยังได้ออกหมายจับ คาเรน เฉิน ในข้อหาประพฤติมิชอบในทางบัญชีและพยายามฉ้อโกง
จนถึงขณะนี้ มูลค่าทรัพย์สินในสิงคโปร์ที่ถูกอายัดหรือสั่งห้ามทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีฯนี้ มีมูลค่ารวมกว่า 500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 2.7 พันล้านหยวน (ประมาณ 13,200 ล้านบาท)
ตัน ยู เคียต (Tan Yew Kiat) วัย 49 ปี เป็นกรรมการบริษัทให้เช่ารถยนต์ในสิงคโปร์ คือ SRS Auto Holding (SRS) ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2568 ตำรวจยังได้ออกคำสั่งห้ามจำหน่ายหรือโอนย้ายรถยนต์ที่จดทะเบียนภายใต้ชื่อ SRS
ส่วน ไนเจน ถัง วัน เป่า นะบิล (Nigel Tang Wan Bao Nabil) วัย 32 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2568 หลังจากที่เขาเดินทางกลับจากกัมพูชา ไนเจล ถังฯ เป็นกัปตันเรือยอร์ชสุดหรู ชื่อ NONNI II ซึ่งอยู่ในกรรมสิทธิครอบครองของเฉินจื้อ และยังเป็นกรรมการและผู้จัดการของฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท Warpcapital Yacht Management
ส่วน อลัน โยว (Yeo Sin Huat Alan) วัย 53 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2569 หลังจากที่เขาเดินทางกลับจากกัมพูชามายังสิงคโปร์
ในการแถลงความคืบหน้าฯล่าสุดนี้ ตำรวจแดนลอดช่องเผยว่า ทางตำรวจได้ออกหมายจับ คาเรน เฉิน (karen Chen) หญิงชาวสิงโปร์วัย 43 ปี ข้อหายุยงให้ผู้อื่นทำบัญชีเท็จ โดยเชื่อว่าเธอเดินทางออกจากสิงคโปร์ไปกกดานในกัมพูชาก่อนที่ตำรวจลุยปฏิบัติการไล่ล่าสมาชิกในเครือข่ายอาชญากรรมของเฉินจื้อเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว นอกจากนี้ ทางการสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตร คาเรน เฉิน แล้วด้วย
ข้อมูลระบุว่า "เฉิน จื้อ" หัวหน้าขบวนการ เกิดเมื่อปี 2530 ที่อำเภอเหลียนเจียง มณฑลฝูเจี้ยน เขาเริ่มใช้สิงคโปร์เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างระบบจัดการทรัพย์สินในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2560 โดยได้รับความช่วยเหลือจาก เดวิด หว่อง (David Wong) ชาวสิงคโปร์ ในการจัดตั้งสำนักงานครอบครัว (Family Office) ภายใต้ชื่อ DW Capital Holdings Pte. Ltd. เมื่อปี 2561
เฉิน จื้อ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) และกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ระดับหรูหลายแห่ง เพื่อใช้สิงคโปร์เป็นฐานเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและการฟอกเงินข้ามชาติที่ครอบคลุมทั้งกัมพูชา จีน และสหราชอาณาจักร
อย่างไรก็ตาม ในปี 2564 เกิดความขัดแย้งภายในทีมงาน โดยเดวิด หว่อง แอบโอนเงินจำนวน 5.84 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 154 ล้านบาท) ออกจากบัญชีธนาคาร OCBC ของเฉิน จื้อ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่สืบสวนพบเบาะแสของเครือข่ายนี้
สิงคโปร์เผชิญกับปัญหาจากขบวนการฉ้อโกงที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยในปี 2567 เพียงปีเดียว มียอดความเสียหายรวมสูงถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 29,000 ล้านบาท) รัฐบาลจึงได้ประกาศใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เช่น ร่างกฎหมายป้องกันการต้มตุ๋น และกฎหมายว่าด้วยอันตรายจากอาชญากรรมทางไซเบอร์
ไท่จื่อจี๋ถวน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา อ้างว่ามีธุรกิจในเครือกว่า 100 แห่งใน 30 ประเทศ แต่ข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า เฉิน จื้อ ได้สร้าง "นิคมต้มตุ๋น" อย่างน้อย 10 แห่งในกัมพูชามาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีการบังคับใช้แรงงานข้ามชาติหลายพันคนให้ทำการหลอกลวงทางออนไลน์ภายใต้การข่มขู่ด้วยความรุนแรง ซึ่งต่อมาทางการจีนได้เริ่มกวาดล้างเครือข่ายนี้มาอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: สื่อจีน

