xs
xsm
sm
md
lg

เบน สมิธ มั่นใจบริสุทธิ์ แต่ไม่พร้อมกลับไทยสู้คดี โวยถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



'เบน สมิธ' ยันบริสุทธิ์คดีฉ้อโกงพันล้าน แต่ไม่กลับไทยสู้คดี โวยถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง ไม่มั่นใจกระบวนการยุติธรรม

หลังจากมีการออกหมายจับ นายเบน สมิธ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง สมคบร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากพบพยานหลักฐานว่า ทั้งสองได้ร่วมกับพวก หลอกลวงกลุ่มนักธุรกิจชาวต่างชาติมาร่วมลงทุนหลายโครงการ ทั้งหุ้น อสังหาริมทรัพย์ เครื่องบินเจ็ท และธุรกิจพลังงาน จนสูญเงินรวมกันกว่า 1,000 ล้านบาท ปรากฎว่าได้มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งผู้ถูกกล่าวหาแล้วที่ออกมายืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ในเรื่องนี้ นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความของนายเบน สมิธ เปิดเผยว่า นายเบน สมิธ ไม่ใช่เครือข่ายสแกมเมอร์ แต่คดีนี้แต่กลับถูกบิดเบือนให้เป็นคดีอาญา โดยตำรวจได้แจ้งความกล่าวหาฟอกเงินเพิ่มเข้ามาด้วย จึงเชื่อว่านายเบน สมิธ ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อโจมตี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายธรรมนัส พรหมเผ่า ตามที่นายรังสิมันต์ โรม ได้เคยอภิปรายไว้ในสภาวันแถลงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ที่กล่าวหาว่าคุณเบน สมิธ เป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์ ฉ้อโกงคนไทยหรือทําอะไรที่ผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ นายวิฑูรย์ ระบุอีกว่า ตำรวจสอบสวนกลางทำคดีนี้รวดเร็ว หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพียงไม่กี่วัน จึงอยากให้ตำรวจทำคดีอื่นรวดเร็วเช่นคดีนี้เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน คดีนี้มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 991 ล้านบาท แต่ เจ้าหน้าที่ ปปง. กลับอายัดทรัพย์สินนายเบน สมิธ หลัก 10,000 ล้านบาท ซึ่งมองว่าจำนวนเงินไม่สอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม นายเบน สมิธ ไม่พร้อมที่จะกลับมาต่อสู้คดีในประเทศไทยเนื่องจากไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมและมองว่าหากคดีใดที่สังคมให้ความสนใจมักไม่ได้รับการประกันตัวในระหว่างการต่อสู้คดี