xs
xsm
sm
md
lg

"ผกก.สภ.อรัญประเทศ" รอด! คดีอุ้มหาย "ลุงเปี๊ยก" - อธิบดีดีเอสไอ ไม่แย้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - โฆษกดีเอสไอ เผย อธิบดีดีเอสไอ มีความเห็นไม่แย้งสั่งไม่ฟ้อง "ผกก.สภ.อรัญประเทศ" คดีอุ้มหาย "ลุงเปี๊ยก" พิจารณาจากข้อกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหารายอื่นให้อัยการสูงสุดชี้ขาด

สืบเนื่องจากกรณี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่ 9/2567 ภายใต้การกำกับและตรวจสอบของสำนักงานอัยการสูงสุด มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องเเละนำตัว 8 ผู้ต้องหา ตั้งแต่นายตำรวจระดับ ผกก.สภ.อรัญประเทศ จนถึงตำรวจชั้นประทวน ในความข้อหา ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 , พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ เเละความผิดต่อเสรีภาพกรณีหน่วงเหนี่ยวกักขัง ในคดีอุ้มหาย นายปัญญา คงแสนคำ หรือ "ลุงเปี๊ยก" ที่ถูกตำรวจดำเนินคดีอาญาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย คดีฆาตกรรม นางบัวผัน ตันสุ หรือ "ป้ากบ" หญิงสติไม่ดี วัย 47 ปี เแต่เจ้าหน้าที่ สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีการดำเนินคดีกับ นายปัญญา ในข้อหาฆาตกรรม โดยตำรวจเเจ้งว่า นายปัญญา ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าเเละกระทำด้วยความมึนเมา

อย่างไรก็ตาม ปรากฎภาพจากกล้องวงจรปิดที่สื่อมวลชนหามาได้จากจุดเกิดเหตุได้เปิดเผยความจริงว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม นางบัวผันเป็นกลุ่มเยาวชน 5 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 2 คนที่เป็นลูกตำรวจใน จ.สระแก้ว โดยมีพฤติการณ์เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง มาส่งสำนวนให้พนักงานอัยการคดีปราบปรามทุจริตภาค 2 ซึ่งตั้งอยู่ที่จ.ระยอง เพื่อพิจารณาสำนวนเเละมีคำสั่งต่อไป และพนักงานอัยการสำนักงานอัยการปราบปรามทุจริตภาค 2 นัดฟังคำสั่งทางคดี ในวันที่ 20 พ.ย.2567ต่อมา วันที่ 19 ส.ค. 68 พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 2 ได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ผกก.สภ.อรัญประเทศ และได้ทำหนังสือสอบถามมายังอธิบดีดีเอสไอ

วันนี้ (3 มี.ค.) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกระแสข่าวคดี "ลุงเปี๊ยก" สั่งไม่ฟ้อง ผกก.สภ.อรัญประเทศ ว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีความเห็นส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 8 ราย แต่ทางอัยการพิจารณาทำสำนวนกลับมายังดีเอสไอสั่งไม่ฟ้อง พร้อมให้เหตุผล ซึ่ง อธิบดีดีเอสไอ ได้พิจารณาจาก 3 ส่วน คือ 1.สำนวนของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 2. ความเห็นของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และ 3. ความเห็นแย้งของอัยการ โดย อธิบดีดีเอสไอ พิจารณาเห็นว่าน้ำหนักของทางอัยการสอดคล้องกับข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายมากกว่าจึงเห็นตามอัยการ เพราะหลักการทำความเห็นแย้งจะเป็นอิสระแยกจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ

พ.ต.ต.วรณัน เผยว่า ที่ผ่านมา ตนเคยรับตำแหน่งผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ เป็นคนตรวจสำนวนความเห็นแย้งมาก่อนทราบว่าสำนวนที่กลับมาจากชั้นอัยการ จะมีมุมมองและเหตุผลทางกฎหมายที่มองไม่เหมือนกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมให้เหตุผลและข้อกฎหมาย บางครั้งตรวจดูแล้วเป็นความจริง จึงอาจไม่ได้ต้องแย้งทุกเรื่อง ทั้งนี้ เมื่ออธิบดีดีเอสไอ ดูแล้วเห็นว่าน้ำหนักความเห็นของอัยการมีเหตุผลทางกฎหมายมากกว่าจึงไม่แย้ง

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
เมื่อถามว่า ผกก.สภ.อรัญประเทศ เป็นผู้บังคับบัญชาของตำรวจในคดี แต่มีความเห็นไม่แย้งเพียงรายแสดงว่าทางอัยการมองจากพยานหลักฐานแล้วอาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสั่งการนั้น พ.ต.ต.วรณัน เผยว่า ตนไม่ได้เห็นสำนวนเพียงแต่ได้รับรายงานจากอธิบดีดีเอสไอ และทราบว่านอกจาก ผกก.สภ.อรัญประเทศ อัยการได้มีการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหารายอื่นในบางข้อหาด้วยแต่ อธิบดีดีเอสไอ มีความเห็นแย้งส่งกลับไปเช่นกัน ไม่ใช่ว่าเห็นตามอัยการทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ส่งสำนวนกลับอัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำรวจ 8 ผู้ต้องหา ประกอบด้วย 1. พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันทร์ตรา ผกก.สภ.อรัญประเทศ 2. พ.ต.ท.พิชิต วัฒโน รอง ผกก.สส.สภ.อรัญประเทศ 3. พ.ต.ท.นิติธร พิมพ์คำ สว.สส.สภ.อรัญประเทศ 4. ร.ต.อ.พงศภัค พลแสน รอง สว.สส.สภ.อรัญประเทศ

5. ร.ต.อ.พชร บุญอินราทากูร รอง สว.สส.สภ.อรัญประเทศ 6. ด.ต.ภิเศก พวงมาลีประดับ หรือดาบเศก ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ 7. จ.ส.ต.ทวีศักดิ์ พูนสะสมทรัพย์ ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ และ 8. ส.ต.อ.ชัยศิริ สุรโฆษิต ผบ.หมู่ สส.สภ.อรัญประเทศ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า นายปัญญา คงแสนคำ หรือ "ลุงเปี๊ยก" ผู้เสียหายในคดี ยังคงอยู่ในกระบวนการคุ้มครองพยานโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มานานกว่า 1 ปี หลังจากได้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูอาการจากการดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นเวลานาน โดยลุงเปี๊ยกยังคงอยู่ในเซฟเฮ้าส์เพื่อความปลอดภัย และรอให้สำนวนคดีได้ไปสู่ชั้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ เพื่อศาลพิจารณามีความเห็นสั่งฟ้องผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายซ้อมทรมานฯ ต่อไป