xs
xsm
sm
md
lg

ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไทยปรับแผนซื้อพลังงาน เร่งหาแหล่งใหม่ลดผลกระทบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ไทยเร่งปรับแผนพลังงานครั้งใหญ่ เบนเข็มจัดหาน้ำมันและก๊าซจากแหล่งใหม่ พร้อมออกมาตรการด่วนลดผลกระทบต่อประชาชน ยืนยันจัดหาปริมาณสำรองให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ

สถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา กับอิหร่าน อยู่ในสภาวะตึงเครียดต่อเนื่อง ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก และขู่จะจุดไฟเผาเรือทุกลำ ที่พยายามแล่นผ่าน ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ Islamic ระบุว่า ช่องแคบดังกล่าวถูกสั่งปิดแล้ว หลังเกิดเหตุระเบิดหลายครั้งตลอดเส้นทางส่งออกน้ำมันสำคัญในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

จากความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้กระทรวงพลังงานของประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการบริหารจัดการพลังงานเพื่อลดผลกระทบในทางเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วนทันที โดยนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เนื่องจากความกังวลถึงความปลอดภัยของเรือที่ต้องแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุช จึงได้วางแผนปรับเปลี่ยนมาซื้อน้ำมันจากฝั่งแอฟริกาตะวันตกและอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดหาและจัดส่งได้ภายในปลายเดือนเมษายนนี้ ส่วนมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน สำหรับสำรองใช้เพื่อความมั่นคงภายในประเทศ จะยกเว้น สปป.ลาว โดยจะยังส่งน้ำมันให้บางส่วน เนื่องจากไทยยังคงพึ่งพาพลังงานจาก สปป.ลาว แต่จะเข้มงวดไม่ให้มีการส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 และบางประเทศที่มีสัญญาซื้อขายก่อนหน้านี้ รวมทั้งจะดำเนินการตรวจสอบและขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น

ส่วนก๊าซหุงต้ม หรือ LPG ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของเดือนเมษายนจะใช้วิธีบริหารจัดการจากโรงกลั่นและปิโตรเคมี รวมทั้งหาซื้อเพิ่มเติมจากแหล่งปิโตรนาส มาเลเซีย ด้าน LNG ที่ไทยต้องนำเข้าจากกาตาร์และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุชนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ แต่ก็ได้เจรจาจัดหา Spot LNG จากรายอื่น เช่น อเมริกา รวมทั้งการพิจารณาเลื่อนแผนการซ่อมบำรุงเพื่อลดผลกระทบ ทั้งนี้ การจัดหา Spot LNG อาจมีราคาสูงกว่าที่ทาง กกพ.กำหนด และอาจกระทบต่อราคา Pool Gas กระทรวงพลังงานจะบริหารจัดการอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้กระทบต่อปริมาณสำรองและราคา

ส่วนด้านไฟฟ้า คาดว่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุด หรือ Peak จะอยู่ที่ประมาณ 36,000 เมกะวัตต์ และจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอ เช่น เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน รวมทั้งจะไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในช่วงเวลานี้ และในด้านการบริหารจัดการการใช้พลังงานเพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิง กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมปรับแผนในการผลิตสินค้าให้เหมาะสมและลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด

“กระทรวงพลังงานขอยืนยันว่าจะดำเนินทุกมาตรการ ทั้งการจัดหาปริมาณสำรองน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม LNG ไฟฟ้า เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศในช่วงที่ยังคงเกิดความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่วนด้านราคาน้ำมันก็จะใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าช่วยเหลือเพื่อผลกระทบกับประชาชน และขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้ใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งขอให้หน่วยงานภาครัฐ ในการลดการใช้พลังงาน และขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดและใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดการนำเข้าพลังงานให้ได้มากที่สุด” นายอรรถพลกล่าว