กาฬสินธุ์-กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามและพ่อค้าคนกลางเรียกร้องรัฐบาลใหม่ เดินหน้าโครงการคนละครึ่งเฟส 2 เพราะทำให้การค้าขายเกิดสภาพคล่อง แก้ไขปัญหาปากท้องได้ถูกจุด สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมได้ดี ขณะที่ผู้เลี้ยงกุ้งบางรายระบุ หากมีโครงการคนละครึ่งออกมาอีก จะสามารถขายกุ้งจนปลดหนี้ ธกส.กว่าล้านบาทได้ภายในปีนี้
จากการติดตามบรรยากาศการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม สัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ในช่วงนี้กำลังคึกคักเป็นอย่างมากและจากการสอบถามเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและพ่อค้าคนกลาง ตลอดจนผู้ประกอบการร้าอาหารเมนูกุ้งก้ามกรามระบุว่า เป็นผลพวงจากโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลที่ผ่านมาทำให้ประชาชน ผู้บริโภค มีกำลังซื้อมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้การค้าขายคงสภาพคล่อง และต่อเนื่อง จึงอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลใหม่ ที่กำลังฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล ได้สานต่อโครงการคนละครึ่งเฟส 2 และเฟสต่อไปอีก
นายประเสริฐ สำแดงไพร อายุ 64 ปี พ่อค้าคนกลางบ้านวังยูง ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์บอกว่า ตนประกอบอาชีพพ่อค้ากุ้งมาเกือบ 20 ปี เป็นพ่อค้าเร่นำกุ้งก้ามกรามสดจากบ่อไปจำหน่ายในพื้นที่หลายจังหวัด เช่น ขอนแก่น อุดรธานี โดยราคารับซื้อจากปากบ่อ กก.ละ 250 บาท ขณะที่ราคาจำหน่ายเริ่มตั้งแต่ กก.ละ 300 บาทขึ้นไปถึงกก.ละ 500 บาท ซึ่งจะเพิ่มราคาตามระยะทาง โดยจะรับกุ้งสดจากปากบ่อไปจำหน่ายเที่ยวละประมาณ 60-70 กก. มีกำไรเที่ยวละ 2,000-3,000 บาท
ที่ผ่านมาบางปีบรรยากาศการค้าขายคึกคักบ้าง ซบเซาบ้าง ตามสภาพเศรษฐกิจ แต่จะค้าขายคล่องตัวมากในช่วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ สำหรับปี 68-69 ดีขึ้นมาก เนื่องจากโครงการคนละครึ่งของรัฐบาล
ด้านนายสเตรทฉัน ภูนาสูง อดีตผู้ใหญ่บ้านตูม หมู่ 19 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกล่าวว่า จ.กาฬสินธุ์ มีพื้นที่เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกันมากในเขต ต.บัวบาน ต.นาเชือก ต.เขาพระนอน ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด และ ต.ลำคลอง ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ ใช้น้ำจากโครงการชลประทานเขื่อนลำปาว โดยครอบครัวตนและเพื่อนเกษตรกร เลี้ยงกุ้งก้ามกรามมาเกือบ 30 ปี บางปีได้กำไร บางปีขาดทุน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ พันธุ์ลูกกุ้ง และสภาพเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ผู้เลี้ยงกุ้งทุกรายต่างกู้เงิน ธกส.และแหล่งเงินทุนมาลงทุน จึงพบว่าส่วนใหญ่มีภาระหนี้สินผูกพันกับ ธกส.และแหล่งเงินทุนตลอดมา แต่ก็ยังต้องเลี้ยงต่อไป เพราะเป็นอาชีพหลัก และต้องการหารายได้เลี้ยงครอบครัว หวังโชคดีมีกำไรได้ชำระหนี้
นายสเตรทฉันกล่าวอีกว่า หลายปีที่ผ่านมาการค้าขายขึ้นๆลงๆ โดยกุ้งก้ามกรามจะขายดีเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์เท่านั้น ส่วนภาวะปกติการค้าขายฝืดเคือง ทำให้สิ้นเปลืองทุนในการเลี้ยง บางทีประสบปัญหาอากาศวิปริต ทำให้กุ้งน็อคตาย โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง อากาศร้อนสลับฝนตก แต่หลังจากที่รัฐบาลมีโครงการคนละครึ่ง พบว่าการค้าขายเกิดสภาพคล่อง การจับกุ้งจำหน่ายไปได้เรื่อยๆ จึงมีความหวังว่าปีนี้หากรัฐบาลจัดโครงการคนละครึ่งเฟส 2 และเฟสต่อๆไปออกมาอีก จะสามารถค้าขายกุ้งได้ตลอดปี มีโอกาสปลดหนี้ ธกส.จำนวน 1 ล้าน 2 แสนบาทแน่นอน
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ผู้ใช้แรงงาน ประชาชนทั่วไป ต่างชื่นชอบและพอใจมากกับโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา เพราะสามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านค่าครองชีพได้เป็นอย่างดี จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ หรือนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่อาจจะเป็นพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้ผลักดันและจัดโครงการคนละครึ่งเฟส 2 และเฟสต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการที่ดี สามารถแก้ปัญหาปากท้องให้กับชาวบ้าน และกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมหรือทั้งระบบได้เป็นอย่างดี

