เอเจนซีส์ – ปฎิบัติการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯและอิสราเอลประสบความสำเร็จสามารถโค่นรัฐบาลเตหะรานที่เป็นศัตรูตะวันตกลงได้ด้วยความสำเร็จของการวางแผนและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีการบัญชาการจากห้องวอร์รูมในคฤหาสน์ Mar-a-Lago ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์รายงานวันนี้(1 มี.ค)ว่า ปฎิบัติการโจมตีอิหร่าน Operation Epic Fury ฟ้าผ่าลอบสังหารผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณอิหร่าน และระดับสูงเตหะรานรวม 40 คน
ซึ่งความสำเร็จการลอบสังหารนี้เกิดมาจากเซอร์ไพรซ์แทคติกที่วางแผนมานานหลายเดือนของเจ้าหน้าที่อิสราเอล และมีการเปิดเผยว่า หน่วย CIA ของสหรัฐฯได้แอบแกะรอยติดตามผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี มานานหลายเดือนก่อนตัดสินใจลงมือ
เครื่องบินรบขับไล่บินออกมาจากอิสราเอลเช้าวันเสาร์(28 ก.พ) และมาถึงกรุงเตหะนานก่อนเวลา 10.00 น. และโจมตีไปพิกัดเป้าหมายเชื่อว่ามีการประชุมระดับสูง
ทั้งนี้พบว่าระดับสูงอิหร่านและผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณอิหร่านนั้นอยู่ใน 2 ตึกที่อยู่ภายในป้อมปราการเป้าหมายที่โดนฝ่ายอเมริกาโจมตีทำลาย
กองบัญชาการการพิทักษ์การปฎิวัติอิสลาม IRGC และศูนย์บัญชาการควบคุมต่างๆทั้งทางอากาศ ศูนย์ยิงมิสไซล์และโดรน และฐานทัพอากาศล้วนแต่เป็นเป้าหมายแรกที่กองทัพสหรัฐฯเริ่มโจมตีอิหร่านแบบห่าฝนเมื่อเวลา 01.15 น.
ยุทโธปกรณ์ที่ฝ่ายสหรัฐฯใช้มีทั้ง จรวดโทมาฮอว์กที่ยิงออกมาเรือรบและเครื่องบินรบขับไล่ จากการเปิดเผยของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ CENTCOM
ทั้งสหรัฐฯและอิสราเอลโจมตีเป้าหมายทั่วอิหร่านด้วยการใช้โดรนติดอาวุธ มิสไซล์ร่อนพิสัยไกลและเครื่องบิน ส่วนเรือรบอเมริกันยิงจรวดร่อนโทมาฮอว์ก และจากฟ้ามีเลเซอร์นำวิถี ระเบิดบังเกอร์ bunker buster GBU-57 30,000 ปอนด์ทำลายกองบัญชาการใต้ดิน
นอกจากนี้ในปฎิบัติการเพื่อจัดการกับการต่อต้านจากอิหร่าน กองกำลังสหรัฐฯใช้มิสไซล์แพทริออท MIM-104 แบบภาคพื้นสู่อากาศและระบบ THAD
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ สวมหมวกสีขาวมีคำว่า USA อยู่ด้านหน้าประชุมเครียดในห้องวอร์รูมร่วมกับทีมความมั่นคงทั้งรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯ พลเอก แดน เคน ( Dan Caine) หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว ซูซี ไวล์ส (Susie Wiles) ที่คฤหาสน์ Mar-a-Lago ของผู้นำสหรัฐฯในรัฐฟลอริดา
ก่อนหน้านี้ผู้นำสหรัฐฯออกคำสั่งให้เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ USS Gerald R. Ford และเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ USS Abraham Lincoln เข้ามาปฎิบัติหน้าที่ในตะวันออกกลางพร้อมกับเรือพิฆาตและเรือโจมตีใกล้ชายฝั่ง
รวมไปถึงฝูงบินรบ F-16 Falcons, F-22 Raptors และเครื่องบินรบ F-35
ขณะเดียวกันในปฎิบัติการ Lion’s Roar ของอิสราเอลที่มีการโจมตีเป้าหมาย 500 จุดทั่วอิหร่านพบว่า กองทัพอิสราเอลส่งเครื่องบินรบกว่า 200 ลำเข้าร่วมปฎิบัติการ
อ้างอิงจากเดอะวอร์โซน สื่อการทหารของสหรัฐฯ ในปฎิบัติการเด็ดหัวคาเมเนอีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่กองทัพอเมริกันใช้ โดรนกามิกาเซบินไกลอัตโนมัติที่สร้างจากการทำวิศวกรรมย้อนกลับจากโดรน Shahed-136 ของอิหร่าน
โดรนดังกล่าวมีชื่อว่า ลูคัส (LUCAS) เป็นโดรนบินไกลต้นทุนต่ำตกสนนราคา 35,000 ดอลลาร์ที่ถูกยิงจากภาคพื้นโดนหน่วยโจมตีสกอร์เปียน TFSS(Task Force Scorpion Strike) ที่เพิ่งตั้งใหม่เมื่อธันวาคมที่ผ่านมาในการใช้ยุทธวิธีเตหะรานหันกลับมาเล่นงาน
โดรนลูคัสเป็นผลงานของบริษัท SpektreWorks ที่มีฐานในรัฐแอริโซนา
CENTCOM แถลงยอมรับครั้งแรกวันเสาร์(28 ก.พ)ว่า มีการใช้โดรนบินไกลอัตโนมัติลูคัสในสงครามจริง ทิม ฮอว์กินส์ (Tim Hawkins)โฆษก CENTCOM ที่มีเทคโนโลยีความล้ำสมัยในราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับระบบโดรนบินไกลตามปกติของกองทัพสหรัฐฯในการสู้รบ เป็นต้นว่า Reaper ราคา 30 ล้านดอลลาร์
ความเสียหายเรือรบฟริเกตอิหร่านปรากฏชัดผ่านภาพดาวเทียม โดยเดอะวอร์โซนชี้ว่า ภาพดาวเทียมจาก Vantor แสดงภาพความเสียหายของเรือรบฟริเกตอิหร่านชั้น Alvand จำนวน 1 ลำจากทั้งหมด 3 ลำไฟไหม้ควันโขมงที่ท่าเรือโคนารัค( Konarak)ใกล้ปากีสถาน
ท่าเรือดังกล่าวอยู่ในอ่าวโอมานและสามารถเดินทางออกไปยังมหาสมุทรอินเดียได้แต่ทว่าตามภาพถ่ายพบว่า เตหะรานนำเรือรบฟริเกตหนีออกไปกลางทะเลไม่ทัน ควันดำโชยขึ้นสู่ฟ้าสูงสามารถมองเห็นได้ชัดทางอากาศ

