xs
xsm
sm
md
lg

จุดจบ! มหากาพย์ “อควาเรียมหอยสังข์สงขลา” ป.ป.ช.ใช้เวลาไต่สวน 15 ปีมีผู้ถูกกล่าวหา 5 คน หลังจากนี้จะไปต่อหรือพอแค่นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ทัศนะ โดย.. ไชยยงค์ มณีพิลึก

เป็นคดีทุจริตที่เป็นมหากาพย์สำหรับอควาเรียมหอยสังข์ จ.สงขลา เพราะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช.ใช้เวลาในการไต่สวนเพื่อหาผู้รับผิดชอบในโครงการอควาเรียมสงขลาที่ถูกทิ้งงานจากผู้รับเหมา หลังจากที่เบิกงบประมาณไปแล้ว 1,400 ล้านบาท เป็นการสรร้างไม่เสร็จ เพราะเกิดการทุจริตในโครงการ โดย ป.ป.ช.ต้องใช้เวลาในการไต่สวนถึง 15 ปี ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล่าช้า โดยมีควาเรียมหอยสังข์กลายเป็นประติมากรรมร้าง ที่เป็นประติมากรรมอัปยศยืนเด่นท้าแดดลมฝนเชิงสะพานติณสูลานนท์ ที่กลายเป็นหอยสังข์เน่าเพื่อประจานการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เบ่งบานเหมือนดอกเห็ดในฤดูฝน

ปฐมบทของอควาเรียมหอยสังข์มาจากคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอส.) ที่ต้องการสร้างเพื่อใช้เป็นศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา โดยใช้งบประมาณเบื้องต้น 850 ล้านบาท ในขณะก่อสร้างมีการแก้แบบหลายครั้งจนงบประมาณบานปลายเป็น 1,400 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2550 จนถึงปี พ.ศ. 2554 ผู้รับเหมาได้ทิ้งงานหลังเบิกงบประมาณไปแล้ว 1,400 ล้านบาท

หลังการทิ้งงานมีการตรวจพบว่า โครงการนี้มีการทุจริตเกิดขึ้นโดย ป.ป.ช.ได้รับเป็นคดีทุจริต มีผู้ที่ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นคณะกรรมการของโครงการจำนวน 27 ราย โดย ป,ป.ช.ใช้เวลาในการไต่สวนตั้งแต่ พ.ศ. 2554-2569 เป็นเวลา 15 ปี สำนวนการสอบสวน 3,057 หน้า มีบทสรุปสุดท้ายคือ มีผู้ถูกกล่าวหาที่ ป.ป.ช.ยื่นฟ้องรวม 5 รายด้วยกันคือ 1.ว่าที่ร.ต.ณรงค์ เกษตรภิบาล 2.นายชาญเวช บุญประเดิม 3.นายวุฒิพงษ์ วงศ์สุวรรณ 4.นายโกวิทย์ ส่องสี และ 5.นายนรินทร์ ชูชื่น ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องต่ออัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิ์ในการต่อสู้คดีในชั้นของอัยการ

เป็นอันว่า มหากาพย์คดีการทุจริตในการก่อสร้างอควาเรียมหอยสังข์ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า มีการทุจริตเกิดขึ้นจริง และมีผู้ถูกล่าวหาจำนวน 5 คนจาก 27 คน แม้ว่า ป.ป.ช.จะใช้เวลาในการยาวนานถึง 15 ปีในการไต่สวนเพื่อหาผู้ทำความผิด แต่สุดท้ายก็จบมหากาพย์คดีอควาเรียมลงได้ แม้ว่าจะเหลือผู้ผู้กล่าวหาเพียง 5 คนก็ตาม อย่างน้อยยังสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนได้ว่า คดีทุจริตอควาเรียมหอยสังข์ คนที่ทำผิดไม่ลอยนวล

คำถามต่อไปสำหรับอควาเรียมหอยสังข์คือ กรมอาชีวศึกษา เจ้าของโครงการ จะเดินไปต่อหรือพอแค่นี้ ถ้าพอแค่นี้หมายถึงว่า งบประมาณจำนวน 1,400 ล้านบาทที่จ่ายไปแล้วสูญเปล่า เพราะอควาเรียมหอยสังข์ที่ถูกทิ้งร้างไปถึง 15 ปีการก่อสร้างภายในยังไม่แล้วเสร็จ ไม่สามารถทำประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างได้ ถ้าไม่ไปต่อด้วยการใส่งบประมาณเพื่อก่อสร้างให้แล้วเสร็จ อควาเรียมหอยสังข์ก็จะกลายเป็นประติมากรรมร้างที่เป็นเศษอิฐเศษปูนเพื่อรอการผุพัง แต่ถ้าจะสร้างต่อหน่วยงานไหนจะเป็นผู้ดำเนินการ

ในการหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ได้บอกกับชาวสงขลาว่า หากได้รับการเลือกตั้งเป็นนายก อบจ. นโยบายแรกคือ แก้ปัญหาอควาเรียมหอยสังข์ ที่ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ในทางที่เสื่อมเสีย โดย อบจ.สงขลาจะขอเป็นเจ้าภาพในการเข้าไปดำเนินการกับอควาเรียมเพื่อให้ไปต่อ ใช้ประโยชน์ได้ ไม่ใช่ทิ้งให้เป็นประติมากรรมร้างอย่างที่เป็นอยู่

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลา ได้กล่าวถึงนโยบายในการแก้ปัญหาอควาเรียมหอยสังข์ว่า หลังจากที่ตนเองเข้ารับตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา ตนได้ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้แก่ประชาชน จ.สงขลาทันที ด้วยการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะให้ อบจ.สงขลาเป็นผู้เข้าไปดำเนินการก่อสร้างอควาเรี่ยมหอยสังข์ ซึ่งมีขั้นตอนว่า การที่ อบจ.จะเข้าไปดำเนินการต่อนั้นต้องให้กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มอบที่ดิน 90 ไร่ที่อยู่ในโครงการให้แก่กรมธนารักษ์เสียก่อน หลังจากนั้น กรมธนารักษ์ก็จะส่งมอบที่ดินในโครงการให้แก่ อบจ.สงขลา ซึ่งในขั้นตอนดังกล่าวใช้เวลาภายใน 6 เดือน

อบจ.สงขลาได้ประสานงานและดำเนินการในเรื่องเอกสารทั้งหมดแล้วเสร็จก่อน 6 เดือนเพื่อให้กรมอาชีวศึกษาส่งเรื่องดังกล่าวเข้า ครม. เพื่อให้ ครม.อนุมัติให้ อบจ.สงขลาเข้าดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ ซึ่ง อบจ.สงขลาได้นำเสนอโครงการไว้หมดแล้ว ขณะนี้จึงอยู่ในขั้นตอนการให้หน่วยงานเดิมยื่นเรื่องถึง ครม.เพื่อให้เป็นมติของ ครม.ในการโอนสิทธิในการเข้าไปดำเนินการก่อสร้างอควาเรี่ยมหอยสังข์

ล่าสุด รองนายกรัฐมนตรี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ได้ลงพื้นที่มาดูอควาเรียมหอยสังข์ได้มีการเร่งรัดไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ดังนั้น เรื่องแผนงานที่ อบจ.สงขลาจะเข้าไปเป็นผู้ดำเนินงานในการผลักดันให้อควาเรียมหอยสังข์เดินหน้าต่อไปจึงอยู่ที่กระทรวงศึกษาที่ต้องนำเรื่องเข้า ครม. ซึ่งอาจจะไม่ทันในรัฐบาลนี้ แต่ต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่เป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ครม.

สำหรับแผนงานหรือนโยบายของ อบจ.ในการเข้าดำเนินการก่อสร้างอควาเรียมหอยสังข์นั้น นายสุพิศพิทักษ์ธรรม ได้เปิดเผยว่า จะใช้สอยพื้นที่ใน 90 ไร่ให้มีการก่อสร้างเพิ่มเติม เช่น จะมีศูนย์สินค้าโอท็อป มีศูนย์ประชุม มีสถานที่แสดงสินค้า มีตลาดเอสเอ็มอี มีตลาดปลาน้ำลึก โดยเชฟมีชื่อในการปรุงอาหารต้อนรับนักท่องเที่ยวและอื่นๆ อีก 4 โครงการ เพื่อให้อควาเรียมหอยสังข์แห่งนี้เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวิชาการและเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบครบวงจร เพื่อให้เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามายังอควาเรียมแห่งนี้ เป็นการสร้างมูลค่าและให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดสงขลา

อบจ.สงขลาได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมีการทำประชาพิจารณ์จบหมดทุกอย่างและมีการเขียนโครงการเขียนแบบทั้งหมดเพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกอย่าง เราทำเสร็จแล้วรอเพียงการอนุมิติจาก ครม.เท่านั้น

เมื่อถามว่าจะใช้งบประมาณที่ไหนมาใช้ในการดำเนินการ นายสุพิศ กล่าวว่า “ผมจะไม่เอาเงินภาษีอันน้อยนิดของประชาชนที่เป็นรายได้ของ อบจ.มาใช้ในโครงการนี้อย่างแน่นอน แต่จะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาเป็นผู้ร่วมทุนกับ อบจ. โดยมีอบจ.เป็นเจ้าของและอาจจะขอรับการสนับสนุนงบกลางจากรัฐบาล ซึ่งตนมั่นใจในศักยภาพของตนว่าต้องทำได้”

เมื่อแล้วเสร็จในส่วนการบริหารอควาเรียมหอยสังแห่งนี้จะไม่บริหารโดยหน่วยงานของรัฐ เพราะถ้าให้หน่วยงานของรัฐบริหารเมื่อไหร่ก็เจ๊งทันที มีตัวอย่างให้เห็นมามาก อบจ.สงขลาก็ไม่มีศักยภาพ เทศบาลนครสงขลาก็ไม่มีความสามารถเพียงพอ แต่จะจ้างมืออาชีพที่เป็นเอกชนเข้ามาบริหาร”

และทั้งหมดคือเมหากาพย์ของอควาเรียมหอยสังข์ ที่หากเป็นอย่างที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาให้รายละเอียด เราจะได้เห็นการฟื้นฟูและการคืนชีพของประติมากรรมหอยสังข์ที่งดงาม ที่เรียกว่า อควาเรียม จะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดสงขลาภายใต้วิสัยทัศน์ของนักการเมืองท้องถิ่นที่ชื่อ สุพิศ พิทักษ์ธรรม ที่ได้ทำตามพันธสัญญาในการหาเสียงกับประชาชนจังหวัดสงขลา