“เรซา ปาห์ลาวี” พระราชโอรสองค์โตของ “พระเจ้าชาห์” ที่ถูกโค่นบัลลังก์เมื่อ 47 ปีก่อน ระบุว่า การเสียชีวิตของ อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เปรียบเสมือน “ยาบรรเทาแผล” พร้อมกล่าวหาว่า ผู้นำสูงสุดขิงอิหร่านผู้ล่วงลับเป็น “เผด็จการกระหายเลือดแห่งยุคสมัยของเรา”
หลังข่าวการเสียชีวิตของคาเมเนอี ได้รับการยืนยัน เรซา ปาห์ลาวี ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์ม X ระบุว่า “ด้วยการเสียชีวิตของเขาเท่ากับว่าสาธารณรัฐอิสลามได้มาถึงจุดจบโดยพฤตินัย และในไม่ช้าจะถูกส่งไปสู่กองขยะของประวัติศาสตร์”
เจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี ซึ่งพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา และมักพยายามวางบทบาทตนเองในฐานะผู้นำโดยพฤตินัยของฝ่ายต่อต้านสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ระบุว่า ความพยายามใดๆ ในการแต่งตั้งผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากคาเมเนอี “ถูกกำหนดให้ล้มเหลวตั้งแต่ต้น”
“นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเฉลิมฉลองระดับชาติครั้งยิ่งใหญ่ของเรา แต่ยังไม่ใช่จุดจบของการต่อสู้” ปาห์ลาวีกล่าวถึงประชาชนชาวอิหร่าน
แม้ปาห์ลาวีจะสามารถปลุกกระแสผู้ประท้วงของฝ่ายต่อต้านหลายแสนคนทั่วโลกได้ แต่บรรดานักวิจารณ์มองว่า เขาเป็นบุคคลที่สร้างความแตกแยก มากกว่าจะเป็นศูนย์รวมความเป็นเอกภาพ
ทั้งนี้ การสนับสนุนระบอบกษัตริย์ที่ถูกโค่นล้มยังคงเป็นเรื่องต้องห้ามใน อิหร่าน ถือเป็นความผิดทางอาญา และเป็นแนวคิดที่สังคมไม่ยอมรับมาอย่างยาวนาน ภายหลังการลุกฮือของประชาชนที่โค่นล้มเผด็จการของชาห์ เมื่อปี 2522
อย่างไรก็ตาม ปาห์ลาวียังคงเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์ที่เด่นชัดที่สุดของฝ่ายต่อต้านในปัจจุบัน

