พิษณุโลก - ตำรวจภาค 6 แกะรอยตามทลายแทบยกคอก..แก๊งม้ากดเงินไทย-ลาว พาสาวสงขลาเปิดห้องพักโรงแรมกลางเชียงใหม่ คอยกดเงินขบวนการหลอกลงทุนขายสินค้าออนไลน์ผ่าน Amazon ส่งออกชายแดนเข้าลาวให้จีนเทา พบเหยื่อคนพรหมพิรามสูญเงินไปกว่า 2 ล้านบาท
วันนี้(1 มี.ค.69) พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ รอง ผบช.ภ.6 , พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6 , พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน รอง ผบก.สส.ภ.6 ,พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6 สั่งการให้ ชุดสืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ติดจับกุมผู้ควบคุมบัญชีม้า,บัญชีม้าถอนเงิน และกลุ่มลักลอบนำเงินข้ามแดน
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2569 ผู้เสียหาย เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก แจ้งว่าถูกคนร้ายไม่ทราบเป็นผู้ใด หลอกลวงให้ลงทุนขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Amazon แต่เมื่อลงทุนไปแล้วไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่แจ้ง เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย รวมมูลค่าความเสียหาย 2,193,416 บาท
ต่อมา พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2ฯ พ.ต.ท.อลงกต ทับชม สว.กก.สืบสวน2ฯ ขยายผลสืบหาบุคคลผู้กระทำความผิด จนออกหมายจับกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิดได้ 3 ราย ตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ลงวันที่ 26 ก.พ.2569 ในความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็น บุคคลอื่น และ ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” ประกอบด้วย
1. น.ส.กฤติยาณี (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี อยู่บ้าน ม.3 ต.บางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ 208/2569 ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้าถอนเงิน
2. น.ส.ณิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี อยู่บ้าน ม.7 ต.วัดพริก อ.เมืองพิษณุโลก เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ 209/2569 ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมบัญชีม้าถอนเงิน
3. นายกฤษฎา (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี อยู่บ้าน ม.14 ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมืองเชียงราย เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ 210/2569 ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้าถอนเงิน
ต่อมาตำรวจ กก.สืบสวน 2 ได้ติดตามกุม น.ส.ณิชา ขณะได้ควบคุมบัญชีม้าถอนเงิน มาถอนเงินที่ ธนาคารออมสิน สาขาช้างเผือก เชียงใหม่ คือ น.ส.ทิพปภา จำนวน 199,900 บาท โดยมีนายดิ๊ก ชาวลาว (ทราบชื่อภายหลัง) ร่วมเดินทางไปด้วย สอบถามข้อมูล ปรากฎบุคคลทั้งสามไม่ทราบถึงแหล่งที่มาที่ไปของเงินดังกล่าว จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
สอบถามปากคำ น.ส.ณิชาฯ ให้การเพิ่มเติมว่าที่ห้องพักโรงแรมพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ มีเงินสด อีก 220,000 บาท ที่ น.ส.ทิพปภา ได้รับโอนเช้ามายังบัญชีธนาคารทหารไทยธนชาต ชื่อบัญชี น.ส.ทิพปภา และมีกลุ่มบัญชีม้าถอนเงิน,กลุ่มรวบรวมเงินข้ามแดน พักอาศัยอยู่
เจ้าพนักงานตำรวจฯ จึงได้ให้น.ส.ณิชา นำพาไปตรวจสอบ พบเงินสด 220,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในห้องพักเลขที่ 608 ,ห้อง 709 พบชาวไทยและชาวลาวอีก 2 คน (รวมคนไทย 9 คน คนลาว 3 คน) ได้นำตัวบุคคลทั้งหมดมายังที่ทำการ ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ และได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ เพื่อซักถาม
เบื้องต้น พบว่าผู้ต้องหาที่เป็นกลุ่มคอกม้าบัญชีม้าถอนเงิน ล้วนเป็นชาวอำเภอสิงหนคร จ.สงขลา ทั้งหมด คือ 1.นางสาวมานิตา อายุ 22 ปี 2. นางสาวทิพปภา อายุ 19 ปี 3. นายกิตติกวิน อายุ 18 ปี 4. นางสาวกนกวรรณ อายุ 20 ปี 5. นางสาวนิภาวรรณ อายุ 25 ปี และ 6. นางสาวอาธิตา อายุ 19 ปี รวมตรวจยึดเงินของกลางจำนวน 419,900 บาท
โดย น.ส.มานิตา ซึ่งรู้จักสนิทสนมกับ น.ส.ณิชา ผู้ต้องหาตามหมายจับ เป็นผู้พาบัญชีม้าถอนเงินเดินทางจาก จ.สงขลา มาพักโรงแรมที่เชียงใหม่ โดยมี น.ส.ณิชาฯเป็นผู้เปิดห้องพักไว้ให้
กลุ่มผู้ควบคุมบัญชีม้าถอนเงินและรวบรวมเงิน ลักลอบนำเงินข้ามแดน ประกอบด้วย 1.นายดิ๊ก แพงสวรรค์ อายุ 21 ปี (สัญชาติลาว) และ 2. นายอานุสอน แสงเมือง อายุ 21 ปี (สัญชาติลาว) มีหน้าที่ไปควบคุมบัญชีม้าถอนเงินตามจุดต่างๆในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยร่วมกันกับ น.ส.ณิชา ผู้ต้องหาตามหมายจับ เมื่อ น.ส.ณิชา ได้เงินจากบัญชีม้าถอนเงินแล้ว ก็จะหักส่วนแบ่งของตนออก แล้วนำมาให้กลุ่มผู้ต้องหาชาวลาวนี้ นำเงินออกไปยังประเทศลาว ผ่านทางด่าน ตม.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อมอบให้กับนายทุนชาวจีนต่อไป
สอบถาม ทั้งสองกลุ่มให้การสอดคล้องตรงกันว่าได้รับจ้างเปิดบัญชีและทำการถอนเงินตามคำสั่ง โดยจะได้ค่าตอบแทนคนละ 15,000-20,000 บาท หลังจากนั้นจะนำเงินมามอบให้ชาวลาวก่อนจะนำเงินข้ามไปยังประเทศลาวเพื่อมอบให้กับหัวหน้าชาวจีนผู้สั่งการ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์พบว่าเงินสดที่ น.ส.ทิพปภา ถอนออกมานั้นเป็นเงินที่ได้มาจากคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงได้จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยที่เป็นกลุ่มคอกม้า บัญชีม้าถอนเงิน ในความผิดฐาน “ อั้งยี่ และร่วมกันให้ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือทางอาญาอื่นใด ”
กลุ่มผู้ต้องหาชาวลาว จำนวน 2 คน ที่ทำหน้าที่ควบคุมบัญชีม้าถอนเงินและรวบรวมเงิน ลักลอบนำเงินข้ามแดน ในความผิดฐาน “ อั้งยี่และร่วมกันให้ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือทางอาญาอื่นใด และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ”
สำหรับ น.ส.ณิชา ได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ดำเนินการตามกฎหมายในส่วนความผิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ดำเนินการ ตามมาตรา 22 และ 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ด้วย

