ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ ว้า...2 ส."สุริยะ-สมศักดิ์" จะชวดเก้าอี้? น้ำเงินขอ “รุ่นใหม่” ตีกลับเพื่อไทย ไม่เอาเก่า-แก่!
โผครม.รอบนี้ไม่ใช่แค่จัดเก้าอี้…แต่เหมือนพรรคน้ำเงิน เดินเกมจัดสร้างภาพไปด้วย
กระแสล่าสุดสะพัดจากวงในทำเนียบฯ ว่า พรรคแกนนำสีน้ำเงินสายตรงจาก "บุรีรัมย์" ให้ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล ตีกลับรายชื่อรัฐมนตรีในโควตา "แดง-เพื่อไทย" โดยเฉพาะสองจอมเก๋าแห่งยุทธจักรการเมืองอย่าง "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" และ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" ที่แฟนคลับการเมืองเรียกกันติดปากว่า “2 ส.”
เหตุผลไม่เป็นทางการที่ลอยมากับสายลมการเมือง คือ น้ำเงินอยากให้เพื่อไทยส่งคนรุ่นใหม่ขึ้นแท่นรัฐมนตรี แทนพวกนักการเมืองขาประจำ ที่ผูกขาดเป็นรัฐมนตรี มาทุกยุคทุกสมัย
นี่หมายถึงสองคู่หู ที่มีฉายาว่าเป็น "จอมยุทธอัฒจรรย์" จะพลาดเก้าอี้ รมว.รอบนี้ ?
“2 ส.” ไม่ใช่มือใหม่ในสนามนี้
ทั้งคู่ถูกขนานนามในวงการว่า “จอมยุทธอัฒจรรย์” เพราะเล่นการเมืองแบบเก๋าเกม นั่งดูเกมเงียบๆ อยู่บนอัฒจรรย์ไม่ลงไปคลุกวงใน ไม่ไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง แต่สุดท้ายมักเลือกขั้วยืนข้างผู้ชนะ ได้ถูกจังหวะเสมอ
เรียกว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลขั้วไหน ใครมีอำนาจ “2 ส.” มักไม่เคยตกขบวน
จึงไม่น่าแปลกใจที่โซเชียลฯ ฟันธงไว้ก่อนว่า รอบนี้ก็ต้องมีชื่อ “สุริยะ-สมศักดิ์”
ข่าวว่า “สุริยะ” จะคุมเกษตรฯ ส่วน “สมศักดิ์”ดูแรงงาน…ก่อนจะมีข่าว (ปล่อย) ถูกเตะสกัด!!
เพราะดูเหมือนรอบนี้สายตรงจากบุรีรัมย์ อยากได้รัฐบาลที่ “ภาพลักษณ์” สำคัญกว่า “ความเก๋าเกม”
สีน้ำเงิน อยากขายภาพไฉไล ที่อะไรๆ ก็พลัส เพราะฉะนั้นคำว่า “รัฐบาลพลัส” ถูกพูดถึงในวงใน ไม่ใช่แค่ผสมขั้ว แต่ต้อง “บวกความสดใหม่” เข้าไปด้วย
แปลไทยเป็นไทย คือ ถ้าจะขายรัฐบาลยุคใหม่ ก็ต้องมีหน้าตาใหม่ๆ ไม่ใช่หน้าเดิมๆ ที่สังคมจำได้ทุกมุมกล้อง
คำถามคือ…เพื่อไทยจะยอมไหม ?
เพราะอย่าลืมว่าในโควตา 8 เก้าอี้ของ สีแดง “2 ส.” ถือเป็นตัวหลัก ที่มีทั้งบารมี และสายสัมพันธ์
ขณะเดียวกัน ภายใต้อะไรๆ ก็พลัส ฝั่งน้ำเงินเองก็จะล้างไพ่ภายในพรรคเช่นกัน ในขณะที่ไปขอแดงเปลี่ยนคน น้ำเงินเอง ก็อยู่เฉยไม่ได้
รายชื่อ ส.ส.ที่ถูกเลือกว่าเป็นเลือดแท้ภูมิใจไทยหลายคนเริ่มถูกดันขึ้นสู่โหมดฝ่ายบริหาร
ตั้งแต่ "กลุ่มบ้านใหญ่ผลัดใบ" ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ที่สามารถขายภาพได้
ฟังว่า นอกจาก “3 ซุปตาร์” เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์” และ กลุ่มบ้านใหญ่แล้ว พรรคจะจัดสรรให้กับกลุ่มคนภท. ดั้งเดิมที่ทำงานให้กับพรรคมาโดยตลอด โดยเข้าไปสอดแทรกใน 19 กระทรวง สัดส่วนภูมิใจไทย
ในคนกลุ่มนี้ ปรากฏชื่อของ “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” ส.ส.อุทัยธานี , “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” ส.ส.ศรีสะเกษ , “แนน บุณย์ธิดา สมชัย” ส.ส.อุบลราชธานี , “วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์” ส.ส.สตูล , “สุขสมรวย วันทนียกุล” หรือ “เจ๊รวย” ส.ส.อำนาจเจริญ, “พลพีร์ สุวรรณฉวี” ส.ส.นครราชสีมา
พูดง่ายๆว่า สูตร10 ส.ส. ต่อ 1 รัฐมนตรี กำลังถูกเขย่า!!
สเปกรัฐมนตรี ของคนในพรรคที่จะได้นั่งเก้าอี้ รมว.หรือ รมช. จะพิจารณากลุ่มคนรุ่นใหม่ ทายาทบ้านใหญ่ มีใจทำงานให้พรรค มีบทบาทในสภาฯ โดยเฉพาะแนวคิด และ จุดยืนที่ชัดเจน…ว่ากันอย่างนั้น
เกมนี้จึงไม่ใช่แค่แบ่งเค้กระหว่าง “น้ำเงินกับแดง” แต่พยายามจะสร้างภาพว่าเป็น "รัฐบาล(หน้า)ใหม่"
สุดท้ายแล้ว “2 ส.” คนหน้าเก่า และแก่อีกต่างหาก จะได้กลับมานั่งเก้าอี้ทำสถิติเป็นรัฐมนตรีทุกยุคทุกสมัย หรือจะถูกพักบทบาทเพื่อเปิดทางเลือดใหม่ ?
งานนี้โปรดติดตาม!
++ “ครูใหญ่” เปิดปฐมนิเทศ สส.ภูมิใจไทย 8-9 มี.ค.นี้ ที่บุรีรัมย์
หลัง กกต.ประกาศรับรอง สส.เขต 396 คน ทำให้บรรยากาศการเมืองคึกคักเป็นพิเศษ สส.ใหม่ ตบเท้าไปรับใบรับรองวันแรก 26 ก.พ. ถึง 141 คน บางคนรับเสร็จ ก็ไปรายงานตัวที่สภาฯ
บางพรรค รอให้ กกต.ประกาศรับรอง สส.บัญชีรายชื่อในสัปดาห์หน้าก่อน แล้วค่อยยกขบวนไปรายงานตัวพร้อมกันทั้งพรรค ให้มันดูยิ่งใหญ่ อลังการ
ส่วนบรรดาพรรคเล็ก ก็ได้เวลาเปิดตัวเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ซี่งเมื่อวานนี้ (26 ก.พ.) พรรคพลังประชารัฐ 5 เสียง กับพรรคโอกาสใหม่ 1 เสียง ก็เข้ามอบตัว ที่พรรคภูมิใจไทย เป็นที่เรียบร้อย
เบ็ดเสร็จตอนนี้ มีเสียงที่จะหนุน “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว 292เสียง
ขณะเดียวกัน โผรัฐมนตรี ก็มีการปล่อยออกมาอย่างคึกคักเช่นกัน โดยชื่อที่ปรากฏตอนนี้ มีทั้งหน้าเก่า ขาประจำ กับเลือดใหม่ ที่ไม่พ้นเป็นกลุ่มทายาทบ้านใหญ่ ...
เป้าหมายของการเปิดชื่อ ก็เหมือนจองเก้าอี้ และเตะสกัดคู่แข่ง ซึ่งช่วงนี้ ถือว่าเป็นช่วงของการ “ปล่อยข่าว” มีทั้งปล่อยกันเอง และปล่อยจากฝ่ายตรงข้าม
เพราะก่อนจะไปถึงขั้นตอนการโหวตนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลนั้น จะต้องรอให้ กกต.รับรอง สส.ไม่น้อยกว่า 95% เสียก่อน และเมื่อจำนวนได้แล้ว กฎหมายกำหนดว่า ให้เรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐสภา ภายใน15 วัน ส่วนจะเป็นวันใดนั้น ต้องรอให้มีการรายงานตัวของ สส.ครบตามกำหนดก่อน
จากนั้น นายกฯจะหารือในที่ประชุมครม. เพื่อออกพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อครม. เห็นชอบ นายกฯ จะเป็นผู้นำความขึ้นกราบบังคมทูล เมื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โปรดเกล้าฯ แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดําเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา
การประชุมสภาฯนัดแรก จะมีการเลือกตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ ซึ่งจะเป็นประธานรัฐสภาด้วย โดยเมื่อได้รายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาแล้ว ให้แจ้งรายชื่อไปยังนายกฯ เพื่อให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยเมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว ประธานสภาจะปฏิบัติหน้าที่ได้ จากนั้นจึงจะนัดประชุม เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ตามด้วยการจัดตั้งรัฐบาล
แต่สำหรับ สส.ของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 192 คน ตอนนี้มีงานสำคัญที่เปรียบเสมือนการฉลองชัยชนะ คือ การสัมมนาสส.ของพรรค ซึ่งจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 8-9 มี.ค.นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
ที่ต้องเป็น จ.บุรีรัมย์ เพราะเป็นการเปิดตัวในเชิงสัญญลักษณ์ว่า วันนี้ “บุรีรัมย์ คือเมืองหลวงของเสื้อน้ำเงิน”
แน่นอนว่า “ครูใหญ่เนวิน” ผู้อยู่เบื้องหลังชัยชนะ เดิมพันชิงบ้านชิงเมืองครั้งนี้ จะถือโอกาสเปิดปฐมนิเทศ สส.ใหม่ด้วย
ขณะเดียวกัน การเรียกประชุม สส.พรรคสีน้ำเงิน ในช่วงวัน เวลา ดังกล่าว คือเกมประวิงเวลา จับจังหวะว่าคนในพรรคของเเต่ละมุ้ง ควรไปทำงานที่กระทรวงใด
ขณะเดียวกันก็กดดันพรรคร่วมอย่างเพื่อไทย ไปในตัว เช่น กระเเสข่าวโควตากระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์ ที่นับเป็นกระทรวงเกรดเอ ควรหรือไม่ ที่จะยกให้พรรคสีเเดงไปรับผิดชอบ
อาจมีการอ้างว่า มติ สส.ของพรรคไม่ โอเค “อนุทิน” จะได้มีเหตุผลไปเเจ้งพรรคสีเเดง ให้เลือกกระทรวงใหม่
นอกจากนี้ กรณีของ “พรรคกล้าธรรม” ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” จะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ก็อาจจะยกเหตุผล ในการประชุม สส.คราวนี้ ว่า สส.จะเลือก หรือไม่เลือก “พรรคสีเขียว” ที่มี 58 สส. ว่าควรมาช่วย ครม.ใหม่ หรือไม่
และหากมีการปฏิเสธพรรคกล้าธรรม “เสี่ยหนู” จะได้มีเหตุผลมาอ้างได้ว่า เป็นเพราะมติที่ประชุมพรรคสีน้ำเงิน เคาะมาแบบนี้ ไว้รอโอกาสหน้าค่อยว่ากันใหม่นะ!
ดังนั้น “พิธีกรรม” ที่จะมีขึ้นระหว่าง 8-9ม.ค.นี้ ที่ จ.บุรีรัมย์ นอกจากจะเป็นการประกาศชัยชนะของ “สีน้ำเงิน” แล้ว ยังถือโอกาส บีบพรรคสีเเดง เกี่ยวกับโควตารมต. ที่ขอมา เเละ ปิดประตูไม่ให้พรรคสีเขียว ได้ร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” นั่นเอง
นี่คือเกมลึก เกมร้าย ของครูใหญ่เนวิน!!

