เอเจนซีส์ – มีรายงานอ้างว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯได้แอบเก็บเอกสารลับการสอบปากคำ FBI ไม่ต่ำกว่า 50 หน้าจากแฟ้มลับเอปตีนที่เก็บงำความลับหลักฐานผู้นำอเมริกัน โดนัลด์ ทรัมป์ ทำร้ายทางเพศเด็กอายุ 13 ปีเกิดขึ้นเมื่อ 1983
เดลีเทเลกราฟของอังกฤษรายงานวันนี้(26 ก.พ)ว่า เชื่อว่าเอกสารไม่ต่ำกว่า 50 หน้าได้หายออกไปการเปิดเผยแฟ้มลับเอปสตีนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯอย่างน่าสงสัย
เป็นเอกสารโน้ตจากการสอบปากคำของ FBI จำนวนไม่กี่ครั้งเริ่มตั้งแต่ปี 2019 ที่ได้สอบปากคำเหยื่อผู้หญิงคนหนึ่งที่อ้างว่าเคยถูกอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ทำการล่วงละเมิดทางเพศในปี 1983 เมื่อเธอมีอายุได้ 13 ปี
NPR ของสหรัฐฯเป็นสื่อเจ้าแรกที่ได้รายงานถึงการเปิดเผยไฟล์ที่หายไปแต่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯในตอนแรกไม่ยอมตอบคำถามในเรื่องนี้
แต่ทว่าในคืนวันพุธ(25) ทางกระทรวงกลับเปลี่ยนท่าทีและแถลงว่าจะสอบสวนว่าได้ปิดบังเอกสารเหล่านี้หรือไม่
รัฐบาลทรัมป์ถูกกล่าวหาว่าแอบลบไฟล์เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของทรัมป์จากแฟ้มลับเอปสตีนที่เผยแพร่ต่อสาธารณะถึงแม้กฎหมายที่ผ่านรัฐสภาสหรัฐฯสั่งให้ต้องเปิดเผยแฟ้มลับทั้งหมดก็ตาม
โดยในวันอังคาร(24) สมาชิกพรรคเดโมแครตนั่งในคณะกรรมาธิการกำกับสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯที่มีพรรครีพับลิกันเป็นผู้นำแถลงว่า พวกเขาสามารถยืนยันได้ว่า
“กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯดูเหมือนจะเก็บเอกสารการสอบปากคำ FBI ที่มีต่อเหยื่อผู้รอดชีวิตอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย”
เดลีเทเลกราฟชี้ว่า การประเมินของ FBI เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของเหยื่อคนดังกล่าวไม่พบอยู่ในเอกสารเอปสตีนกว่า 3 ล้านที่ทางกระทรวงก่อนหน้ากล่าวว่าได้เผยแพร่ออกมาทั้งหมดแล้ว
ตามการรายงานการทำร้ายที่สอบปากคำโดย FBI ซึ่งเหยื่อผู้หญิงรายนี้ร่วมอยู่เป็นผู้เรียกร้องความเสียหายจากคดีเอปสตีนต่อศาลสหรัฐฯ แต่ทว่าในปี 2021 พบว่าศาลกลับสั่งให้คดีของเธอตกไปโดยไม่เปิดเผยเหตุผล
เหยื่อที่ตามเอกสารโดนเซ็นเซอร์ชื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ **แทนเพื่ออ้างอิง "อาชญากรรมในอดีต" ได้ถูก FBI สอบปากคำ 4 ครั้ง เหยื่อคนดังกล่าวอ้างว่า เธอถูก 'ทรัมป์' ชกเข้าที่ศีรษะและเอาตัวเธอออกไปหลังจากที่เขาบังคับให้เธอที่เป็นผู้เยาว์ต้องแสดงออรัลให้เขาแต่เหยื่อกลับกัดแทน
สื่อชิลี เนชันแนล ทูเดย์เคยรายงานเมื่อวันที่ 18 ก.พ ว่า เหตุการณ์เกิดระหว่างปี 1983 – 1985 และเหยื่อผู้เสียหายอายุ 13 ปี – 15 ปีในเวลานั้น
FBI สอบปากคำหญิงคนดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 ก.ค ปี 2019 และส่งเข้าระบบสำนักงาน FBI เมื่อวันที่ 9 ส.ค ปี 2019 หรือแค่ 1 วันก่อนที่มหาเศรษฐีอเมริกัน เจฟฟรีย์ เอปสตีน จะฆ่าตัวตายในเรือนจำนิวยอร์ก
เดลีเทเลกราฟรายงานว่า คณะกรรมการกำกับนี้ประกอบไปด้วย 2 พรรคทำหน้าที่สอบสวนการคอร์รัปชันและการประพฤติผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในขอบเขตภาคบริหาร
คณะกรรมาธิการฝั่งพรรคเดโมแครตกล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “เป็นเวลาไม่กี่สัปดาห์ล่าสุด คณะกรรมาธิการฝั่งพรรคเดโมแครตได้สอบสวนการดำเนินคดีของ FBI ปี 2019 ถึงคดีการทำร้ายทางเพศต่อผู้เยาว์ที่มีผู้กระทำคือประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์”
และเสริมว่า “การปกปิดหลักฐานโดยตรงของสิ่งที่อาจเป็นการกระทำผิดของประธานาธิบดีสหรัฐฯถือเป็นอาชญากรรมร้ายรางมากที่สุดนับตั้งแต่ทำเนียบขาวนี้ได้เคยปกปิดมา”
NPR ของสหรัฐฯที่ตรวจสอบพบว่ามีเอกสารจำนวน 53 หน้าหายสาบสูญไป
เดลีเทเลกราฟรายงานว่า โน้ตบันทึกของเอเจนต์ FBI กล่าวว่า
หญิงสาวคนดังกล่าวได้ให้ภาพถ่ายที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือของเธอเอง เป็นภาพมหาเศรษฐีอเมริกันอื้อฉาว เจฟฟรีย์ เอปสตีน และทรัมป์ แต่เธอได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ให้เอารูปทรัมป์ออก โดยทนายความอ้างว่า เหยื่อกลัวการโดนตอบโต้เอาคืนที่จะตามมาหลังจากนั้น ทั้งนี้ประธานาธิบดีทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยแรกระหว่างปี 2017 - ปี 2020 และกลับเข้าสู่ทำเนียบขาวอีกครั้งเมื่อปี 2025 มหาเศรษฐีอเมริกันอื้อฉาวล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เจฟฟรีย์ เอปสตีน เสียชีวิตในเรือนจำด้วยการฆ่าตัวตายถูกพบเป็นศพเมื่อวันที่ 10 ส.ค ปี 2019

