โฆษก ทบ.ชี้กัมพูชายิงปืน ค.ใส่ไทย ในช่วงหยุดยิงเป็นช่วงเวลาเปราะบาง ควรหยุดอ้างซ้ำๆ ว่าทหารไร้วินัย ไทยพร้อมใช้สิทธิป้องกันตนเองตอบโต้ทันทีหากตั้งใจคุกคาม เชื่อ “สีหศักดิ์” ตอบโต้บนเวที UN ไม่เกี่ยวชนวนเหตุปะทะรอบ 3
วันที่ 25 ก.พ.พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังวานนี้ฝ่ายกัมพูชายิง ค.40 มม. เข้ามาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการพูดคุยกันอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก ว่า ชุดประสานงานได้ทำงานตลอดอยู่แล้ว มีการประสานงานตลอดเวลา แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่ตลอดแนวชายแดนค่อนข้างยาว มีหน่วยย่อยหลายหน่วย ขณะที่ฝั่งไทยเคร่งครัด ดูแลทหารให้อยู่ในระเบียบวินัย โดยเฉพาะการทำงานในพื้นที่ละเอียดอ่อนอย่างชายชาย แต่ฝั่งกัมพูชาจะมีการก่อเหตุให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ด้วยวัตถุประสงค์และสาเหตุที่หลากหลาย ตามที่หน่วยในพื้นที่ของกัมพูชาชี้แจง ซึ่งหน่วยประจำพื้นที่ของฝ่ายไทยก็รู้อยู่ และต้องมีวิธีสื่อสารกันให้ได้ ทำความเข้าใจกันให้ได้ เพื่อให้งานที่รับผิดชอบต้องเรียบร้อยกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะอยู่ในช่วงของข้อตกลงยิง ดังนั้นต้องมีการเฝ้าระวังและระมัดระวังต่อกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกำลังพลที่จะไปปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่เหล่านี้ จะต้องผ่านการฝึกและมีมาตรฐานการทำงานในพื้นที่อ่อนไหวนี้ได้ มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดปัญหา และอาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรงต่อกัน
ส่วนที่ฝ่ายไทยตอบโต้ด้วยการยิงกลับไปนั้น ก็เป็นไปตามมาตรการที่วางไว้กับทางกัมพูชา แต่ตำบลกระสุนตกที่กัมพูชายิงเข้ามา ยังห่างไกลที่จะทำอันตรายกับกำลังพลฝ่ายไทย แต่เราถือว่าถ้ามีอาวุธหลุดเข้ามาในพื้นที่ที่เราเคยบอกไว้แล้วว่าไม่ควรเกิดเหตุ เราก็จำเป็นต้องตอบโต้กลับไป แต่เป้าหมายในการตอบโต้กลับจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาหน่วยในพื้นที่
ส่วนที่กัมพูชายังคงใช้ข้ออ้างซ้ำๆ ในการก่อเหตุ เช่นความไม่มีระเบียบวินัยนั้น พลตรี วินธัย ยืนยันว่า พิจารณาแล้วแต่หน่วยในพื้นที่จะพิจารณาอย่างไร เช่นหากมีหน่วยหน่วยหนึ่งเคยใช้เหตุผลในลักษณะนี้แล้ว ถ้าพิจารณาแล้วฟังไม่ขึ้น มองว่าเกิดจากความตั้งใจต้องการกระทำต่อทหารไทย ก็สามารถใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองได้ ซึ่งทุกหน่วยมีมาตรการป้องกันตนเองอยู่แล้ว
ส่วนที่พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่าฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ยิงโจมตีไทยนั้น พลตรี วินธัย กล่าวว่า พลโทหญิง มาลี อาจจะอยู่ไกลจากพื้นที่หน้าแนว และตั้งข้อสังเกตว่าส่วนใหญ่ข่าวที่มาจากพลโทหญิง มาลี มักไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของข่าว
ส่วนที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย กล่าวถ้อยแถลงโต้ตอบฝ่ายกัมพูชา บนเวทีการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะเป็นชนวนเหตุให้เกิดการปะทะรอบที่ 3 หรือไม่ พลตรี วินธัย กล่าวว่า ไม่น่าจะสัมพันธ์กันโดยตรง ยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารจะขึ้นอยู่กับปัจจัยในพื้นที่มากกว่า เพราะเป็นลักษณะของการป้องกันตามแผนเผชิญเหตุ จึงอาจไม่ได้เชื่อมโยงกันโดยตรง และด้วยข้อมูลการข่าวของฝ่ายไทย พบว่าทางกัมพูชายังไม่ได้มีท่าทีที่จะคุกคามด้วยกำลังทางทหาร และหลายหน่วยก็อยู่ค่อนข้างไกลจากบริเวณชายแดนไทย เพียงแต่อาจมีการเริ่มเดินมาสำรวจบ้างตามแนวรั้วลวดหนาม และแนวคิดมีเครื่องกีดขวางป้องกันอยู่ หลังพื้นที่ฝั่งกัมพูชาเริ่มโล่งเตียนจากการเผา เพียงแต่ยังไม่มีลักษณะของความตึงเครียดอย่างที่ผ่านมา
เมื่อถามว่า นอกจากผู้บังคับหน่วยในพื้นที่จะพูดคุยกันเองแล้ว จะมีการใช้กลไกระดับ RBC หรือไม่ พลตรี วินธัย ยืนยันว่า เป็นไปได้ที่จะมีการรวบรวมรายละเอียดต่างๆ ในห้วงเวลาที่เกิดขึ้น เพื่อไปพูดคุยกัน พร้อมยอมรับตอนนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน เพราะอยู่ในช่วงข้อตกลงหยุดยิง
ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำกำลังพลอยู่แล้ว ในเรื่องความอดทนอดกลั้น โดยเฉพาะกำลังพลที่อยู่หน้าแนว และต้องมีความระมัดระวังในทุกเรื่อง เพราะถือว่าเป็นพื้นที่เผชิญหน้า มีความละเอียดอ่อน โดยเชื่อมั่นว่ากำลังพลฝ่ายไทยอยู่ในระเบียบและวินัยที่จะทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

