หัวหน้าพรรคประชาชน ย้ำชัด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขอเลเซอร์ไอดี แต่เป็นโครงสร้างการยืนยันตัวตนที่กรมการปกครองออกแบบระบบให้หน่วยงานเป็น “ท่อกลาง” ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยข้อมูล เสนอปรับโมเดลใหม่ให้ข้อมูลวิ่งตรงไม่ผ่านคนกลาง
วันนี้(25ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีพรรคประชาชนตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับการที่พรรคขอรหัสสิบสองหลักหลังบัตรประชาชน หรือเลเซอร์ ไอดี จากผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคกว่า1.1แสนคนว่าอาจเข้าข่ายละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลผิดพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือPDPA และอาจถูกพรรคนำข้อมูลสมาชิกพรรคเเละใช้เลเซอร์ ไอดีที่ได้ไปลงทะเบียนลงทะเบียนออนไลน์กับเเพลทฟอร์มอื่นๆ ในลักษณะเเอบอ้างใช้ประโยชน์หลายรูปแบบ เช่น เพื่อเเสดงความเห็น โพลออนไลน์เพื่อประโยชน์ทางการเมือง โดยเจ้าของบัตรประชาชนนั้นๆไม่ทราบ ไม่ได้อนุญาต แม้พรรคจะอ้างว่าการขอเลเซอร์ ID ดังกล่าว เพียงเพื่อนำไปตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยในการยืนยันตัวตน อีกทั้งกรมการปกครองระบุว่า หากประชาชนเจ้าของบัตรยินยอมให้ พรรคก็สามารถนำไปใช้ไดก็ตาม
ล่าสุดนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าวผ่านรายการ"สมมุติว่า" ตอน เลือกตั้งใหม่ เมื่อวันที่22ก.พ. โดยระบุตอนหนึ่งว่า ว่า เลเซอร์ ไอดี พรรคไม่เคยจัดเก็บอยู่ในระบบฐานข้อมูลไม่ว่าจะสมัยพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกลหรือพรรคประชาชน ซึ่งการสมัครสมาชิกพรรคของประชาชนต้องใช้เลเซอร์ ไอดี เป็นรหัสที่เอาไว้ยืนยันกับกรมการปกครองและเป็นวิธีเช็คว่าคุณถือบัตรตัวจริงใบล่าสุดจริงไหม เพราะกฎหมายเลือกตั้งสส. และกฎหมายพรรคการเมืองบีบบังคับให้พรรคต้องรัดกุมในเรื่อง การสมัครสมาชิกพรรคต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย กำหนดว่าขั้นต่ำกี่ปี เผื่อมีการเปลี่ยนสัญชาติ เงินที่พรรคจะรับมาได้ต้องไม่ใช่เงินสีเทา ถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องของการทำธุรกิจผิดกฎหมายและมีการบริจาคเข้าพรรคแม้แต่บาทเดียว ถ้าตรวจสอบเเละยื่นร้อง อาจจะถึงขั้นยุบพรรคได้ซึ่งพรรคประชาชนมีสมาชิกมากการจะเอาคนมานั่งตรวจได้ยืนยันว่าเป็นบัตรประชาชนจริงหรือปลอมในทางปฏิบัติธรรมไม่ได้ จึงต้องเอาระบบไปชนกัน
นอกจากนี้นายณัฐพงษ์ยังรับว่าช่วงรอยต่อที่เกิดจากการยุบพรรคก้าวไกลมาเป็นพรรคประชาชนทำให้การเชื่อมระหว่างระบบของพรรคกับกรมการปกครองขาดลง โดยตอนที่มาเป็นพรรคประชาชน พรรคได้ทำหนังสือถึงกรมการปกครองเเล้ว เเต่โดยกระบวนการในการประสานงานพูดง่ายๆคือยังไม่ได้คุยกันต่อ เลยยังเชื่อมระบบกลับมาไม่สมบูรณ์ หน้าเว็บไซต์ของพรรค ระบบสมัครสมาชิกพรรคก็ยังค้างอยู่แบบนั้นไม่มีการบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูล แต่ว่ามันยังไม่ได้เชื่อมกับกรมการปกครอง จึงเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นตามหน้าข่าว และกำลังเร่งแก้ไขอยู่
ส่วนเรื่องของการเก็บเป็นความลับหัวหน้าพรรคประชาชนระบุว่าอยากให้สังคมตั้งคำถามเดียวกันอย่างนี้กับบริษัทเอกชนอื่นๆ เช่นการสมัครทำธุรกรรมออนไลน์ใน Mobile Banking เพราะหลายๆบริษัทก็ขอเลเซอร์ ไอดีไปยืนยันในการทำธุรกรรม และมองว่าถ้าจะตั้งคำถามนี้ว่ามันผิดที่ไหน มันผิดที่การออกแบบระบบของกรมการปกครองตั้งแต่แรก
"คือถามว่าระบบของกรมการปกครองออกแบบไม่ดีเช่นใด ผมขอให้ความเห็นคือพวกเขาออกแบบระบบมาว่าพรรค ธนาคาร บริษัทที่ต้องการยืนยันด้วยเลเซอร์ ไอดี ต้องทำตัวเป็นท่อกลางคือให้ประชาชนกรอกเลเซอร์ ไอดีมาที่เว็บของพรรค ของธนาคาร ของบริษัทก่อน แล้วตัวกลางค่อยส่งข้อมูลเลเซอร์ ไอดี พร้อมข้อมูลหน้าบัตรประชาชนไปยืนยันกับกรมการปกครอง กรมฯจะตอบกลับมาว่าถูกต้องไหม กับข้อมูลที่คุณส่งมาว่า ถูกหรือไม่ถูก ถ้าไม่ถูกก็ไม่ให้ผ่าน ถ้าถูกก็ให้ผ่าน ซึ่งการออกแบบระบบแบบนี้มันทำให้คนกลางถ้าทุจริต สามารถที่จะดักจับข้อมูลเก็บไว้ได้หมด ”
นายณัฐพงษ์ยังมองว่า ถ้าพูดถึงระบบที่ดี ขอให้นึกภาพเวลาเราล็อกอินด้วยApple ID ล็อกอินด้วย Google Account ล็อกอิน Facebook ID เวลาเราจะ ล็อกอินด้วย ID ต่างๆเหล่านี้ระบบมันจะพาเราไปที่หน้าเว็บของเว็บเหล่านี้ เพราะฉะนั้นคนที่จะเก็บข้อมูล Username Password ของเราคือ Google / Facebook / Apple ข้อมูลจะถูกส่งไปที่นั่น และพอเราล็อกอินสำเร็จผุ้ให้บริการแต่ละรายจะตอบกลับมาว่าล็อกอิน สำเร็จแล้วเชื่อถือได้ เพราะยืนยัน UsernameและPasswordแล้ว ฉะนั้นเส้นการวิ่งของข้อมูลมันจะไม่ ผ่านตัวกลางเลย จะวิ่งไปที่ตรงนั้นเลยเพราะฉะนั้นถามว่าความที่มันไม่ปลอดภัยของเลเซอร์ ไอดี ที่มันอาจจะหลุดได้จากตัวกลาง ถ้าจะตั้งคำถามนี้กับพรรคประชาชนนั้น ทำไมไม่ตั้งคำถามกับธนาคารบริษัท ซึ่งผมไม่ได้โทษธนาคารหรือบริษัทอื่นๆนะพวกเขาต้องทำระบบให้เป็นแบบนี้เพราะกรมการปกครองออกแบบระบบการยืนยันมาเป็นแบบนี้“

