xs
xsm
sm
md
lg

ราชทัณฑ์ แจง "ทักษิณ" ติดคุก 2 ใน 3 ตามเกณฑ์ จ่อพักโทษ 9 พ.ค.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - "โฆษกกรมราชทัณฑ์" เผย "ทักษิณ" ถูกคุมขังตามเกณฑ์ 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี ครบ 8 เดือน วันที่ 9 พ.ค. ไม่ติดกำไล EM แต่รายงานตัวคุมประพฤติ

วันนี้ (25 ก.พ.) นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยขั้นตอนพิจารณาพักการลงโทษของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 ของอัตราโทษหนึ่งปี หรือครบ 8 เดือน วันที่ 9 พ.ค.69 ว่า การพิจารณาโครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไปของผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำฯ ว่าใครมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเนื่องจากมีคุณสมบัติเงื่อนไขเข้าเกณฑ์นั้น ลำดับแรกจะต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการในระดับเรือนจำก่อน และเมื่อมีการรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ได้รับการลงโทษเป็นการทั่วไปเรียบร้อยแล้วว่ามีจำนวนกี่ราย ทางเรือนจำฯ จึงจะนำเสนอรายชื่อผู้ต้องขังทั้งหมดนั้นมายังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์เพื่อพิจารณากลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง ก่อนที่จะนำเสนอไปยังลำดับสุดท้าย คือ คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม

นายยุทธนา เผยว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการเรือนจำกลางคลองเปรม ยังไม่ได้มีการสรุปจำนวนรายชื่อผู้ต้องขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรมที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไปมายังคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ว่าจะมีจำนวนทั้งสิ้นกี่ราย แต่โดยหลักการแล้วจะต้องมีการนำรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังเสนอมายังคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ล่วงหน้า 1-2 เดือน ซึ่งตนเข้าใจว่าจำนวนผู้ต้องขังภายในเรือนจำกลางคลองเปรมที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษอาจมีไม่ถึง 500 ราย

"ทั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี มีโทษ 1 ปี (12 เดือน) ดังนั้น เกณฑ์ 2 ใน 3 ของอัตราโทษดังกล่าว หากจะได้รับการพักโทษคุมประพฤติ คือ ต้องคุมขังมาแล้ว 8 เดือน และอดีตนายกรัฐมนตรีได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 เมื่อคำนวณดูแล้วก็จะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติในวันที่ 9 พ.ค.69 ซึ่งในการพิจารณาการพักการลงโทษกรณีทั่วไปของผู้ต้องขัง ทางคณะกรรมการจะต้องดำเนินการมีความเห็นชอบให้ครบทั้ง 3 ลำดับชั้นเรียบร้อยก่อน"

นายยุทธนา เผยอีกว่า นอกจากบทบาทในส่วนของกรมราชทัณฑ์ที่มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังแล้วนั้น หากผู้ต้องขังรายใดที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการพักการลงโทษ ระหว่างนี้ทางเรือนจำและกรมคุมประพฤติจะเข้ามามีบทบาทร่วมกันในเรื่องของการสืบเสาะในส่วนของผู้อุปการะผู้ต้องขังรายนั้นๆ โดยเรือนจำจะทำหนังสือไปถึงกรมคุมประพฤติ เพื่อขอให้สืบเสาะว่าผู้อุปการะของผู้ต้องขังคือใคร ที่พักอาศัยของผู้อุปการะอยู่ที่ใด ผู้อุปการะมีความสามารถในการดูแลผู้ต้องขังอย่างไรบ้าง เมื่อไปอยู่ในสถานที่อุปการะ และสถานที่อุปการะคือที่ใด เป็นต้น จากนั้นกรมคุมประพฤติจึงจะมีการกำหนดพื้นที่ให้ที่แห่งนั้นเป็นสถานที่พักโทษคุมประพฤติ และกรมคุมประพฤติก็จะได้ทำหนังสือมาสอบถามเรือนจำว่ามีความเห็นด้วยกับการพักโทษหรือการไม่พักโทษอย่างไรบ้าง

"แม้ว่าวันที่ 9 พ.ค.69 จะตรงกับวันเสาร์ แต่เราก็มีหน้าที่รักษาสิทธิของผู้ต้องขัง ซึ่งหากบุคคลได้รับการพักโทษคุมประพฤติ ทางเรือนจำฯ ก็มีหน้าที่ต้องปล่อยตัวไปตามขั้นตอน โดยในตอนเช้าประมาณ 07.00-08.00 น. เจ้าหน้าที่จะเริ่มตรวจสอบเรื่องเอกสารต่าง ๆ ของผู้ต้องขัง ก่อนที่ญาติและครอบครัวจะมารับตัวไปพักโทษคุมประพฤติยังสถานที่ที่ผู้อุปการะแจ้งไว้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการไปพักโทษคุมประพฤติ หากมีการกระทำผิดเงื่อนไขการพักโทษ ก็จะต้องถูกนำตัวกลับมาคุมขังในเรือนจำตามกำหนดโทษที่เหลือทันที โดยในกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยความที่มีโทษน้อย 1 ปี ดังนั้น ในเรื่องของการใส่กำไล EM ก็ไม่มีความจำเป็น แต่จะต้องมีการไปรายงานตัวตามกำหนดนัดกับทางสำนักงานคุมประพฤติ อีกทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยความที่ในเดือน พ.ค.นี้ ก็จะรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 หรือ 8 เดือน ก็จะได้ไปพักโทษคุมประพฤติอีกเพียง 4 เดือน ก็จะครบตามกำหนดโทษ 1 ปี (9 ก.ย.69) ส่วนเมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีพักโทษคุมประพฤติครบถ้วนแล้ว จึงจะได้รับใบบริสุทธิ์พ้นโทษจากเรือนจำฯ" รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุปิดท้าย