xs
xsm
sm
md
lg

จู่ๆก็ถอย! สหรัฐฯไม่ทำตามคำขู่ 'ทรัมป์' รีดภาษีทั่วโลกแค่ 10%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สหรัฐฯในวันอังคาร(24ก.พ.) กำหนดเพดานภาษีใหม่ เรียกเก็บในอัตราเพียง 10% สำหรับสินค้านำเข้าทุกประเภท ไม่รวมถึงบรรดารายงานได้รับการยกเว้น จากการเปิดเผยของ สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนแห่งอเมริกา(ซีบีพี) เท่ากับอัตราแรกที่แถลงโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันศุกร์(20ก.พ.) แต่น้อยกว่าระดับ 15% ที่เขาส่งเสียงขู่อย่างแข็งกร้าวในอีกหนึ่งวันต่อมา

ในปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ ที่ชี้ว่ามาตรการรีดภาษีของเขาไม่ชอบด้วยกฎหมาย บนพื้นฐานของสถานการณ์ฉุกเฉินหนึ่งๆ เบื้องต้น ทรัมป์ ประกาศรีดภาษีทั่วโลกใหม่เป็นการชั่วคราว 10% แต่ต่อมาในวันเสาร์(21 ก.พ.) เขาขู่ว่าจะปรับเพิ่มเพดานภาษีเป็น 15%

อย่างไรก็ตามในหนังสือแจ้งให้ทราบฉบับหนึ่งของซีบีพี ที่ให้คำจำกัดความว่าเป็นการมอบคำแนะนำตามคำประกาศประธานาธิบดีลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่านอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ได้รับสิทธิ์ยกเว้น สินค้านำเข้าทั้งหมดจะอยู่ภายใต้อัตราภาษีตามมูลค่าเพิ่มเติมอีก 10%

ความเคลื่อนไหวนี้ก่อความสับสนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ เนื่องจากมันไม่มีคำชี้แจงเพิ่มเติมในหนังสือแจ้งให้ทราบ ว่าทำไมถึงใช้อัตราภาษีที่ต่ำลง โดยหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ส อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่ง ระบุว่าการปรับสู่ระดับ 15% อาจมีขึ้นในภายหลัง อย่างไรก็ตามรอยเตอร์ไม่ยืนยันรายงานข่าวดังกล่าว

เพดานภาษีใหม่มีผลบังคับใช้ในช่วงเที่ยงคืน ขณะที่การเรียกเก็บภาษีตามมาตรการรีดภาษีเดิม ที่ถูกศาลสูงตัดสินให้เป็นโมฆะ ได้หยุดชะงักลงไป หลังจากก่อนหน้านี้มันเคยถูกรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้รีดภาษีทั่วโลก ไล่ตั้งแต่ 10% ไปจนถึงสูงสุด 50%

ยังไม่มีความชัดเจนว่าบริษัทต่างๆจะสามารถขอคืนเงินที่จ่ายภาษีได้หรือไม่ หรือจะขอคืนอย่างไร ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ถูกยกเลิกตามคำสั่งของศาลสูง

มาตรการ 122 ของกฎหมาย อนุญาตให้ประธานาธิบดีกำหนดเพดานภาษีใหม่เป็นเวลาสูงสุด 150 วัน เพื่อจัดการกับดุลการชำระเงินที่ขาดดุลมหาศาลและเลวร้ายอย่างมาก และจัดการกับปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับการชำระเงินระหว่างประเทศ

คำสั่งรีดภาษีของทรัมป์ อ้างถึงดุลการชำระเงินที่เลวร้ายอย่างมากในปัจจุบัน ที่สหรัฐฯขาดดุลการค้าสินค้า อยู่ที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดคิดเป็น 4% ของ GDP และทำให้ดุลรายได้ขั้นต้นเกินดุลของสหรัฐฯ กลับมาติดลบ

เมื่อวันจันทร์(23ก.พ.) ทรัมป์ เตือนประเทศต่างๆอย่าได้ปลีกตัวออกจากข้อตกลงการค้าที่เจรจากับสหรัฐฯก่อนหน้านี้ ขู่จะเล่นงานชาติเหล่านั้น ด้วยเพดานภาษีที่สูงกว่าเดิมมาก ภายใต้กฎหมายฉบับอื่น

ญี่ปุ่น ขอให้สหรัฐฯ รับประกันว่าจะปฏิบัติกับโตเกียว ภายใต้กฎเกณฑ์เพดานภาษีใหม่ อย่างเอื้ออำนวยแบบเดียวกับข้อตกลงที่มีอยู่ในปัจจุบัน ส่วนสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักรและไต้หวัน ล้วนแต่บ่งชี้ อยากให้ยึดมั่นข้อตกลงของพวกเขาด้วนเช่นกัน

อย่างไรก็ตามขณะเดียวกัน จีน เรียกร้องให้วอชิงตัน ละทิ้งการรีดภาษีแต่เพียงฝ่ายเดียว บ่งชี้ว่าพวกเขามีความตั้งใจจัดการเจรจาการค้ารอบใหม่กับสหรัฐฯ

(ที่มา:รอยเตอร์)