จับตา กกต.ปล่อยผี รับรองผลเลือกตั้ง สส.เขต 396 คนพรุ่งนี้ หลังมั่นใจปมบาร์โค้ดไม่ทำเลือกตั้งโมฆะ บัตรเลือกตั้งใหม่ใช้วิธีพิเศษจัดพิมพ์มีรหัสทุกอย่างครบ ส่วนปมบัตรเขย่งแค่หลักร้อย เล็งเอาผิดคนซูมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ.เพื่อถอดรหัสหาคนกาบัตร ชี้ผิด พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล
วันนี้ (24 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กำลังเร่งจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อที่ประชุม กกต.วันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. ให้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 396 เขตเลือกตั้ง โดยด้านสืบสวนสอบสวนก็จะมีการเสนอรายงานผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนให้ที่ประชุมพิจารณาควบคู่ด้วย เพื่อให้พิจารณาว่าจะสามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตได้จำนวนเท่าใด จากทั้งหมดที่มี 400 เขตเลือกตั้ง โดยจะยังคงเหลือในส่วนของบางเขตเลือกตั้ง และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ที่ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ซึ่ง กกต.ให้นโยบายกับทางสำนักงานว่า ให้ดำเนินการในส่วนนี้ให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 1 มี.ค. และคาดว่าจะสามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ในต้นเดือนหน้า
ทั้งนี้ ตามไทมไลน์การจัดการเลือกตั้งเดิม กกต.วางแผนไว้ว่าหลังจากวันเลือกตั้งแล้วคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจึงจะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในส่วนของเขตเลือกตั้งที่ผู้เกี่ยวข้องรวมถึงผู้ตรวจการเลือกตั้งรายงานว่าไม่พบการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยไม่สุจริต เที่ยงธรรม แต่ที่ครั้งนี้จะประกาศรับรองผลเร็ว โดยประกาศในวันพรุ่งนี้ก็เนื่องจากเห็นว่า นอกจากตามรายงานของผู้เกี่ยวข้องที่ระบุมาว่า ไม่พบว่ามีการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมแล้ว ครั้งนี้เรื่องของร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งมีไม่มากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 และจนถึงขณะนี้จังหวัดยังดำเนินการสอบสวนไม่แล้วเสร็จ และกฎหมายเปิดโอกาสให้ กกต.ประกาศรับรองผลไปก่อนแล้วสอยภายหลังได้ โดยมีระยะเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี
ขณะเดียวกันในประเด็นที่คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง และยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่า การพิจารณาของศาลจะใช้เวลาพอสมควร หากรอก็จะไม่เป็นผลดีเนื่องจากไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาบริหารบ้านเมือง อีกทั้ง กกต.ยังเชื่อมั่นว่าการที่มีคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด และรหัส 9 ตัว บนในส่วนของเล่มที่ เลขที่ บนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ที่ถูกมองว่าทำให้สามารถสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นใครและลงคะแนนให้ใครนั้น ถึงวันนี้ ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ย้อนกลับไปได้อย่างที่กล่าวอ้าง การเลือกตั้งจึงยังเป็นไปโดยตรงและลับ ขณะที่การออกเสียงลงคะแนนใหม่ในวันที่ 22 ก.พ. แม้จะปรากฏบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ปรากฏรหัส 9 ตัว ที่ส่วนของต้นขั้วนั้น มีรายงานว่า กกต.ใช้เทคนิคพิเศษในการจัดพิมพ์โดยรหัสต่างๆ ยังคงมีเหมือนบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันที่ 8 ก.พ. ดังนั้นการจัดพิมพ์บัตรใหม่ดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อระเบียบ กกต. ข้อที่ 129 จึงทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ถูกสั่งให้เป็นโมฆะ
ส่วนปัญหาบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ หรือที่เรียกว่า “บัตรเขย่ง” นั้น จากที่สำนักงานฯได้ตรวจสอบตามรายงานผลการนับคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ( สส.5/18 และสส. 5/18 บช.) พบว่า มีการเขย่งจริงอยู่ที่หลักร้อยบัตรในกว่า 50 หน่วย โดยหลายหน่วย กกต.ได้มีการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ และออกเสียงลงคะแนนใหม่แล้ว ประกอบกับเห็นว่าเมื่อกกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้วความสนใจของสังคมก็จะเปลี่ยนไปที่การจัดตั้งรัฐบาล
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า สำนักงาน กกต.กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอ กกต.เห็นขอบให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งในการออกเสียงลงคะแนนใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่มีการซูมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งเพื่อดูว่ามีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดหรือไม่ แล้วนำมาถอดรหัสหาความเชื่อมโยงว่าสามารถสอบย้อนกลับไปยังผู้มาใช้สิทธิ์ที่เป็นเจ้าของบัตรเลือกตั้งนั้นได้หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งงานกันทำ มีความตั้งใจจะให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อีกทั้งยังเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ด้วย

