xs
xsm
sm
md
lg

แรงงานกลัว AI แย่งงาน สภาพัฒน์เล็งออกแบบกติกา ให้ใช้อย่างเป็นธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



แรงงานไทยผวา AI แย่งงาน สภาพัฒน์ชี้เศรษฐกิจเปราะบางซ้ำเติมความไม่มั่นคง เร่งวางกรอบกติกาการใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นธรรม พร้อมดันมาตรการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อสร้างความมั่นคงในการจ้างงานระยะยาว

สถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมไทยในช่วงปลายปี 2568 สะท้อนสัญญาณเปราะบางหลายด้าน ทั้งการจ้างงานที่หดตัวต่อเนื่อง หนี้ครัวเรือนที่แม้ชะลอลงแต่คุณภาพสินเชื่อถดถอย อาชญากรรมและเรื่องร้องเรียนผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องจับตาความผันผวนจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่อาจกระทบการส่งออกไทยในระยะถัดไป

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์แรงงานไตรมาส 4/2568 การจ้างงานลดลงต่อเนื่อง โดยมีผู้มีงานทำ 39.8 ล้านคน ลดลง 0.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งปี 2568 อัตราการมีงานทำเฉลี่ยอยู่ที่ 99.1% เพิ่มขึ้นจากปี 2567 มีผู้มีงานทำรวม 39.6 ล้านคน ลดลง 0.5% และมีอัตราการว่างงานเฉลี่ย 0.81% อย่างไรก็ดี แรงงานเริ่มมีความรู้สึกถึงความไม่มั่นคงในการทำงาน จากบทบาทของ AI ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งผลสำรวจของภาคเอกชนในปีที่แล้ว พบว่า ประมาณ 41% ของแรงงานรู้สึกว่าไม่ค่อยมั่นคง และความมั่นคงในการทำงานลดลง และอีก 26% มีความกังวลว่าอาจจะตกงานในอีก 6 เดือนข้างหน้า

ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ คือ การเชื่อมโยงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศกับธุรกิจไทยให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างงานคุณภาพ โดยควรขยายมาตรการจ้างงานในท้องถิ่น สนับสนุนเอสเอ็มอีควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงาน พร้อมกำหนดแนวทางการใช้ AI อย่างเป็นธรรม เพื่อลดความกังวลต่อการทดแทนแรงงาน และเร่งเสริมทักษะดิจิทัลเพื่อสร้างความมั่นคงในการจ้างงานระยะยาว

ทั้งนี้ สศช.เน้นย้ำการกำกับดูแลสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันและบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ซึ่งเข้าถึงง่ายและมีความเสี่ยงกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต โดยควรผลักดันให้ผู้ให้บริการเข้าสู่ระบบเครดิตบูโร และกำหนดเพดานหนี้ร่วม ขณะเดียวกันต้องจับตากลุ่มรายได้กลาง-สูงที่เริ่มผิดนัดชำระมากขึ้น พร้อมเร่งสร้างวินัยทางการเงินเชิงรุก เช่น ระบบแจ้งเตือนก่อนครบกำหนด และแรงจูงใจสำหรับผู้ชำระตรงเวลา

ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไตรมาส 4/2568 คดีอาญาเพิ่มขึ้น 15.4% จากการเพิ่มขึ้นของคดียาเสพติด แม้คดีชีวิตและทรัพย์ลดลง ขณะที่อุบัติเหตุทางถนนลดลงเล็กน้อย แต่จำนวนผู้ทุพพลภาพเพิ่มขึ้น ภาพรวมทั้งปี 2568 คดีอาญาเพิ่มขึ้น 15.4% และอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น 0.6% โดยประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ การลักลอบค้ายาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมายผ่านคิวอาร์โค้ด กลโกงออนไลน์ที่ซับซ้อนขึ้น รวมถึงปัญหาถุงลมนิรภัยเสื่อมสภาพ

ในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ไตรมาส 4/2568 การร้องเรียนเพิ่มขึ้น 34.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และทั้งปีเพิ่มขึ้น 38.6% ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การปนเปื้อนสารเคมีในสินค้า Fast Fashion เทรนด์การใช้ปากกาฉีดลดน้ำหนักที่แพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ และความเสี่ยงจากการใช้เบอร์โทรศัพท์รีไซเคิล

ส่วนกรณีสหรัฐอเมริกาปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้า 15% เท่ากันทุกประเทศเป็นเวลา 150 วัน นายดนุชาระบุว่า ในระยะสั้นถือเป็นผลดีที่ทุกประเทศอยู่บนเงื่อนไขเดียวกัน ทำให้การแข่งขันขึ้นอยู่กับศักยภาพผู้ประกอบการและความสามารถในการเจรจาของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบต่อการส่งออกไทย และต่อเป้าหมายการขยายตัวเศรษฐกิจ 2% ตามประมาณการของ สศช. โดยต้องติดตามว่าสหรัฐฯ จะออกมาตรการภาษีเฉพาะรายสินค้าเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งจะทำให้เห็นผลกระทบต่อภาคส่งออกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น