นครสวรรค์ - สาวพฤติกรรมแก๊งตำรวจนครสวรรค์ อุ้ม-ขัง-รีดเงินยาเสพติด..ทำมาหลายท้องที่ ทั้งชุมตาบง-แม่เล่ย์-แม่วงก์-แม่เปิน-หนองกรด แต่ไม่มีคนขวาง กระทั่งผู้เสียหายชาวชุมตาบงเดินหน้าชนแจ้งความ พบให้คนมีประวัติซื้อยาก่อนรวบ หิ้วเข้าห้องสืบสวนไม่ส่งท้องที่-ขัง 2 วัน รีดเงิน-แบ่งยาของกลางให้ก๊วน “สาย” เสพ แถมโทร.ขู่ซ้ำ
ความคืบหน้ากรณีผู้เสียหาย 2 รายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ยืนยันถูกกลุ่มคนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอุ้มตัวไปกักขังและเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัว โดยสามารถระบุตัวหนึ่งในผู้ก่อเหตุเป็นดาบตำรวจสังกัดพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ได้อย่างชัดเจนนั้น
เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 2 ต่อเนื่องถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ในหลายพื้นที่หมู่ 3 และหมู่ 11 ตำบลชุมตาบง ต่อเนื่องถึงเขตอำเภอเมืองนครสวรรค์ ผู้เสียหายคือ นายมาเนตร และนายสุวรรณ ให้การว่าถูกควบคุมตัวออกจากบ้านและนำไปกักขัง ก่อนถูกเรียกเงินรวม 50,000 บาท โดยเงินดังกล่าวถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารที่เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา เป็นชื่อของ “สาย” ที่เคยถูกดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ สภ.หนองปลิง และมีสเตทเมนต์โอนเข้าบัญชีแบงก์กรุงไทยของดาบตำรวจ ช. อายุ 51 ปี ชัดเจน
ต่อมาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.20 น. ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการ พ.ต.อ.เรืองยศ เกษรบัว ผกก.สภ.ชุมตาบง อ.ชุมตาบง จ.นครสวรรค์ จึงรายงานผลการสืบสวนไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอชุมตาบง เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงตามสำนวนของ สภ.ชุมตาบง และตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.ภ.6
โดยมีรายงานว่าตำรวจชุดที่ถูกกล่าวหาได้นำเงินมาให้นายมาเนตรที่เคยมีประวัติพัวพันยาเสพติดเมื่อ 6 เดือนก่อน ไปซื้อยาบ้า อ้างว่าจะเอาไปขายที่บ้าน แต่นายมาเนตรหาไม่ได้ จึงได้ไปให้อีกคนคือนายสุวรรณไปซื้อยาจากนายศักดิ์ พื้นที่สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ได้ยามา 200 เม็ด
ซึ่งตามขั้นตอนแล้วยาเสพติดของกลาง 200 เม็ด และตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายจะต้องจับส่ง สภ.ชุมตาบง เพราะถูกจับในท้องที่ชุมตาบง แต่ปรากฏว่ามีการคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมยา 200 เม็ด ไปห้องสืบสวน (หลัง สภ.เมือง) แล้วเก็บเอาไว้ 2 วัน ที่สำคัญยา 200 เม็ดก็มีการนำมาแบ่งให้สาย แบ่งกันเป็นขนมเสพในห้อง
มีรายงานว่า จนท.ตำรวจชุดนี้ทำมาเยอะ ทำหลายท้องที่ทั้งชุมตาบง แม่เล่ย์ แม่วงก์ แม่เปิน หนองกรด แต่ที่ผ่านมาไม่มีคนกล้าขัดขวาง หรือเปิดเผยข้อมูล
นอกจากนี้ ยังมีเอกสารบันทึกถ้อยคำของ นางกำไล อายุ 51 ปี พยานอีก 1 ราย ให้การระบุด้วยว่า มีบุคคลโทรศัพท์อ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ ติดต่อมาสอบถามความเคลื่อนไหวของนายมาเนตร 2 ครั้ง พร้อมกับกดดันไม่ให้ไปให้การต่อตำรวจท้องที่ในลักษณะที่ระบุว่ามีการจ่ายเงินแลกกับการปล่อยตัว และข่มขู่ด้วยประโยคที่ว่า “คงจะรู้ๆ กันอยู่ใช่ไหมว่าถ้าเรื่องมันแดงขึ้นมาเราจะซวยกันหมด และรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนางกำไล และนายมาเนตร” โดยเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวปรากฏชื่อ “ชิวิน” ในโปรไฟล์แอปพลิเคชันไลน์ด้วย
ผู้สื่อข่าวได้โทร.สอบถาม พ.ต.อ.เรืองยศ เกษรบัว ผกก.สภ.ชุมตาบง อ.ชุมตาบง จ.นครสวรรค์ บอกว่าตอนนี้ผู้เสียหายในคดีนี้ได้แจ้งความแล้ว (19 ก.พ.) ทางตำรวจ สภ.ชุมตาบงกำลังรวบรวมหลักฐาน ภายใน 30 วันก็จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ ซึ่งเรื่องนี้มีพยานหลักฐาน-มีร่องรอยยืนยันว่าหากผลการสอบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องจริงจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือหรือปกป้องใดๆ

