กรมควบคุมโรค สั่งเฝ้าระวังเข้ม! ปมเสือโคร่งเชียงใหม่ตาย 72 ตัว สั่งติดตามอาการกลุ่มเสี่ยง 108 รายต่อเนื่อง 21 วัน เบื้องต้นยังไม่พบผู้ติดเชื้อ ย้ำนักท่องเที่ยวยังเข้าชมสวนสัตว์ได้ตามปกติ แต่เตือนงดสัมผัส-ป้อนอาหารสัตว์เด็ดขาด พร้อมแนะกินร้อนและหมั่นล้างมือ
กรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เสือโคร่งตาย 72 ตัว ที่คุ้มเสือแม่ริมและแม่แตง จ.เชียงใหม่ อย่างใกล้ชิด ล่าสุดตรวจกลุ่มเสี่ยง 108 ราย ยังไม่พบอาการผิดปกติ พร้อมสั่งเฝ้าระวังต่อเนื่อง 21 วัน ย้ำนักท่องเที่ยวยังเที่ยวสวนสัตว์ได้ตามปกติ แต่งดสัมผัสสัตว์ใกล้ชิด
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเสือโคร่งตายจำนวน 72 ตัว ภายในคุ้มเสือแม่ริมและคุ้มเสือแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ขณะนี้ทีมสัตวแพทย์กำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุทางห้องปฏิบัติการ พร้อมดำเนินการควบคุมโรคและสอบสวนทางระบาดวิทยาอย่างละเอียด
เนื่องจากเหตุการณ์สัตว์ป่วยหรือตายพร้อมกันจำนวนมาก อาจเกิดจากเชื้อโรคที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ (Zoonoses) ทางกรมฯ จึงต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพอย่างรัดกุม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสัมผัสสัตว์ป่วย ซากสัตว์ หรือสารคัดหลั่ง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการรับเชื้อ
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ (สสจ.เชียงใหม่) ได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เข้าตรวจประเมินสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์จำนวน 108 คนแล้ว เบื้องต้นยังไม่พบผู้ที่มีอาการผิดปกติหรือเข้าข่ายติดเชื้อแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาทและให้สอดคล้องกับระยะฟักตัวของโรค เจ้าหน้าที่จะทำการติดตามอาการของกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 21 วัน
ข้อแนะนำสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
สำหรับผู้ที่วางแผนไปเที่ยวสวนสัตว์หรือสถานที่เลี้ยงสัตว์ต่างๆ ยังสามารถเดินทางไปได้ตามปกติ แต่ขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ดังนี้
1.งดการสัมผัส หรือป้อนอาหารสัตว์โดยตรง
2.หลีกเลี่ยง การเข้าใกล้สัตว์ป่วย หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์
3.ล้างมือให้สะอาด ด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยครั้ง (โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังออกจากการชมสัตว์)
4.รับประทานอาหารปรุงสุก ทุกมื้อ เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมากับอาหารดิบ
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคจะเฝ้าระวังสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที หากประชาชนมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

