xs
xsm
sm
md
lg

บุกรวบคาโรงแรม ปรมาจารย์สกิมเมอร์ หนีคดีกว่า 2 ปี แอบแฮกบัตรเครดิต เสียหายเกือบ 2 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตม.บุกจับชายชาวไอร์แลนด์เหนือ คาโรงแรมย่านอ่อนนุช ผู้ต้องหาหลบหนีคดีนานกว่า 2 ปี หลังก่อเหตุแฮกบัตรเครดิตใช้จ่าย เสียหายเกือบ 2 ล้านบาท

วันนี้ (20 ก.พ.) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 สั่งการให้ กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมกำลังหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 ร่วมกันนาย Josh (นามสมมุติ) สัญชาติบริติช (ไอร์แลนด์เหนือ) อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครใต้ ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ร่วมกันเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร.) ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อคนต่างด้าวที่กระทำความผิดอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยปลอดภัย ไม่เป็นพื้นที่เป้าหมายของอาชญากรรมข้ามชาติและการกระทำผิดอื่นๆ

ทาง บก.ตม.1 จึงได้สืบสวนหาข่าวจนทราบเบาะแสจาก สมาคมผู้รักษาความปลอดภัยโรงแรม แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมชาวต่างชาติรายหนึ่งซึ่งได้เข้าพักในโรงแรมหรูระดับห้าดาวและจ่ายค่าบริการด้วยบัตรเครดิต แต่ภายหลังทางโรงแรมไม่สามารถตัดยอดชำระค่าใช้จ่ายในบัตรเครดิต เนื่องจากเจ้าของบัตรเครดิตที่แท้จริงเป็นชาวต่างชาติซึ่งตรวจพบว่า มีการใช้บัตรของตนเองในการเข้าพักอาศัยโรงแรมในประเทศไทย จึงรีบอายัดบัตร (ซึ่งผู้เสียหายไม่สามารถเดินทางเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีในประเทศไทยได้) ทำให้โรงแรมทั้งหลายไม่สามารถตัดยอดชำระค่าที่พักและค่าอาหารที่ผู้ก่อเหตุได้ใช้ไป มีโรงแรมหรูระดับห้าดาวนับสิบแห่งได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ก่อเหตุได้พยายามเจาะระบบความปลอดภัยของโรงแรมโดยใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอมขึ้นเพื่อเข้าถึงการใช้ลิฟต์และห้องพักอื่นๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 จึงเริ่มทำการสืบสวนจนสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ได้

โดยพฤติการณ์ผู้ต้องหาได้ทำการแฮก เจาะเข้าระบบรักษาความปลอดภัยสั่งโอนเงินออกจากบริษัท รับชำระเงินออนไลน์ (Payment Gateway) ชื่อดังแห่งหนึ่ง ออกไปยังบัญชีของผู้ต้องหา จำนวน 11 รายการ มูลค่าความเสียหายนี้ร่วม 1,700,000 บาท ทำให้ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับกับผู้ต้องหาไว้ที่ สน.ทองหล่อ จนกระทั่งศาลได้ออกหมายจับในที่สุด จากนั้นผู้ต้องหาได้หลบหนีคดีกว่า 2 ปี โดยการปลอมข้อมูลหน้าพาสปอร์ตเข้าพักตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงใช้หญิงชาวไทยไม่ซ้ำหน้าในการเปิดห้องพักตามโรงแรม และจากการตรวจสอบพบว่า การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ ผู้ต้องหาได้สิ้นสุดลงแล้ว

โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหาจะพาหญิงไทยรายหนึ่งมาเข้าพักที่โรงแรมย่านอ่อนนุช จึงวางแผนเฝ้ารอ จนผู้ต้องหาปรากฎตัว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน .สน.ทองหล่อ ดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ประสาธน์ ได้เน้นย้ำว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายตามข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิด และขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสการกระทำผิดของคนต่างด้าว สามารถแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันทีทางสายด่วน 1178 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง