เพชรบุรี – โรงทำพลุระเบิดซ้ำรอบ 3 เจ็บสาหัส 1 ราย นายก อบต.ถ้ำรงค์ เผยเคยเกิดเหตุมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกรุนแรงถึงขั้นภรรยาเจ้าของเสียชีวิต ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน คาดว่า สาเหตุอาจเกิดจาก “เม็ดสี”
ความคืบหน้ากรณีโรงทำพลุสำหรับใช้ในงานพิธีศพเกิดระเบิดอย่างรุนแรง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย อาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 ก.พ.69 ภายในบ้านเลขที่ 83 หมู่ 4 ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โดยผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นายหงส์ทอง แย้มยืนยง อายุ 74 ปี มีบาดแผลถูกไฟลวกตามร่างกาย ขณะนี้รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูศัลยกรรม โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี
ล่าสุด วันนี้ (19 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี นำโดย พ.ต.ท.สันติ ถิ่นวงษ์ม่อม นวท.(สบ 3) พฐ.จว.เพชรบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ EOD ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี นำโดย ร.ต.อ.ตะวัน ขวัญชุม รอง สว.กก.สส.ภจว.เพชรบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า สาเหตุอาจเกิดจาก “เม็ดสี” ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการทำพลุ ที่นำมาตากแดดกลางแจ้ง เกิดความร้อนสะสมจนปะทุเป็นลูกไฟ แล้วกระเด็นเข้าไปยังบริเวณที่ใช้ทำพลุ ซึ่งมีดินปืนและอุปกรณ์การผลิตอยู่จำนวนหนึ่ง ส่งผลให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง เพลิงลุกไหม้โรงทำพลุเสียหายทั้งหลัง โดยเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนคดีต่อไป
นายทอง ศรีจันทร์ เพื่อนบ้านซึ่งมีอาชีพทำพลุเช่นกัน เปิดเผยว่า จากสภาพที่เกิดเหตุเชื่อว่าน่าจะเกิดจากเม็ดสีที่ผู้บาดเจ็บนำมาตากแดดแล้วเกิดไฟลุกไหม้ ก่อนจะปะทุเป็นลูกไฟกระจายไปทั่วบริเวณ และตกใส่จุดเก็บวัตถุประเภทดินปืนสำหรับทำพลุ จึงทำให้เกิดการระเบิดขนาดใหญ่และลุกลามเป็นไฟไหม้
ด้านนายบรรพต กำไลแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ เปิดเผยว่า โรงทำพุดังกล่าวได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 โดยครั้งแรกเกิดระเบิดรุนแรง ทำให้ภรรยาของเจ้าของเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนครั้งที่สองระเบิดไม่รุนแรงมาก แม้เกิดเพลิงไหม้แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
สำหรับเหตุการณ์ล่าสุด คาดว่าสาเหตุใกล้เคียงกับครั้งก่อน ๆ คือเม็ดสีที่ใช้ทำพลุซึ่งนำมาตากแดด อาจได้รับความร้อนจากอุณหภูมิและสภาพอากาศจนเกิดการปะทุเป็นลูกไฟ แล้วกระเด็นเข้าไปยังพื้นที่ผลิตที่มีดินปืนและพลุที่ทำเสร็จบางส่วน จึงทำให้เกิดการระเบิดรุนแรงและไฟไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง พร้อมมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด พร้อมพิจารณามาตรการความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคต.

