xs
xsm
sm
md
lg

ชาววชิรบารมีแห่ร้องทุกข์-แจ้งความนับร้อย! กองทุนฯ เถื่อนเลื่อนเป็น “สถาบันเงินทุนชุมชน” อ้างขาดสภาพคล่อง-ถอนไม่ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พิจิตร - ชาวบ้านแห่ร้องทุกข์แจ้งความกองทุนฌาปนกิจเถื่อนขยายตัวเป็น “สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน” งัดดอกเบี้ยสูงถึง 5% ล่อรับสมาชิกทั้งในพื้นที่วชิรบารมี พิจิตร และใกล้เคียง เพิ่มเป็นพันๆ ราย สุดท้ายพอคนขอถอนเงินกลับไม่มีให้-อ้างขาดสภาพคล่อง รวมความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 30 ล้าน ส่องบัญชีแบงก์เจอเหลือเงินแค่ 6 หมื่น


นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร, นายอเนก ถนอมจิตร์ อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพิจิตร, นายปริวัชร วัชรวิภา นายอำเภอวชิรบารมี, พ.ต.อ.ศักดิ์สุธี คำมูล ผกก.สภ.วชิรบารมี, นางสาวพันสี คุณธรรม พัฒนาการจังหวัดพิจิตร ร่วมกันลงพื้นที่ไปที่อาคารอเนกประสงค์ อบต.บ้านนา จ.พิจิตร กลางสัปดาห์นี้

เพื่อสืบสวนสอบสวนรับเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านกว่า 100 คนที่เป็นสมาชิกสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนแห่งหนึ่งในอำเภอวชิรบารมี ที่ไปร้องศูนย์ดำรงธรรม อ.วชิรบารมี และมี 39 รายที่เข้าแจ้งความไว้กับ สภ.วชิรบารมี ว่าไม่สามารถเบิกถอนเงินฝากของตนเองจากสถาบันการเงินดังกล่าวที่อ้างขาดสภาพคล่อง พบมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นพุ่งสูงถึง 30 ล้านบาท

เบื้องต้นพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.หนองหลุม อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ซึ่งเป็นกองทุนที่เติบโตต่อยอดมาจากกองทุนฌาปนกิจหมู่บ้าน “แต่ไม่ได้จดทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน” ต่อมามีการขยายตัวและรับสมาชิกจากนอกพื้นที่ โดยเสนออัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึง ร้อยละ 5 ต่อปี จนมีสมาชิกมากกว่า 1,000 ราย

ปัญหาเริ่มแดงขึ้นเมื่อสมาชิกหลายรายแสดงเจตนาถอนเงินคืนและลาออกจากการเป็นสมาชิก แต่ทางสถาบันฯ ปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยให้เหตุผลว่าลูกหนี้รายอื่นไม่ชำระหนี้ตามกำหนด มีการเบิกถอนเงินจากสถาบันฯ พร้อมกันเป็นจำนวนมาก จนทำให้ขาดสภาพคล่อง และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร อำเภอวชิรบารมี และสำนักงานพัฒนาชุมชน รวมทั้งข้อมูลจาก สภ.วชิรบารมี ระบุว่ามีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความแล้วประมาณ 100 ราย มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 30 ล้านบาท ขณะที่ทางอำเภอได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายอีกกลุ่ม 39 ราย มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท


แต่จากการประสานงานกับ ธ.ก.ส.พบว่าบัญชีของสถาบันการเงินชุมชนแห่งนี้ เหลือเงินเพียงประมาณ 60,000 บาทเท่านั้น เมื่อทางอำเภอขอตรวจสอบเอกสารบัญชีและรายชื่อสมาชิก ทางสถาบันการเงินฯ กลับปฏิเสธที่จะแสดงหลักฐานดังกล่าว

ทั้งนี้ กลุ่มผู้เสียหายได้ดำเนินการในหลายช่องทางเพื่อทวงคืนเงินฝาก ทั้งแจ้งความดำเนินคดีอาญา ณ สภ.วชิรบารมี ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน ร้องทุกข์ต่อสำนักงานอัยการ คุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายจังหวัดพิจิตร สมาชิกบางส่วนได้แต่งตั้งทนายความเพื่อฟ้องร้องต่อศาล โดยมีการส่งหมายแจ้งให้สถาบันฯ ชำระหนี้แล้ว โดยเรื่องดังกล่าว สนง.อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพิจิตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามกฎหมายและหาแนวทางช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต่อไป