วังเครมลินในวันพุธ(18ก.พ.) ยืนยันว่าทั้งรัสเซียและจีน ไม่ได้ดำเนินการทดสอบนิวเคลียร์อย่างลับๆตามคำกล่าวหาของสหรัฐฯ ในขณะที่วอชิงตันกำลังใช้คำกล่าวหาดังกล่าว เป็นข้ออ้างสำหรับทดสอบนิวเคลียร์อานุภาพทำลายล้างต่ำของตนเอง
คริสโตเฟอร์ ยอว์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯฝ่ายการควบคุมและไม่แพร่กระจายอาวุธ กล่าวเมื่อวันอังคาร (17 ก.พ.) ในงานประชุมของสถาบันฮัดสัน ซึ่งเป็นกลุ่มคลังสมองในวอชิงตัน ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พูดจริงเรื่องที่ว่า อเมริกาจะกลับมาทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้ง บนพื้นฐานที่เท่าเทียมกับรัสเซียและจีน
เมื่อช่วงต้นเดือน สหรัฐฯกล่าวหาจีนทำการทดสอบนิวเคลียร์อย่างลับๆในปี 2020 พร้อมเรียกร้องให้จัดทำสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ฉบับใหม่อย่างครอบคลุม ที่จะดึงจีนและรัสเซียเข้าร่วมด้วย
"เราได้ยินว่ามีการพาดพิงมากมายเกี่ยวกับการทดสอบบางอย่าง ทั้งสหพันธรัฐรัสเซียและจีน ต่างถูกพาดพิงในเรื่องนี้ แต่ทั้งสหพันธรัฐรัสเซียและจีน ไม่ได้ทำการทดสอบนิวเคลียร์ใดๆ" ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกวังเครมลินบอกกับพวกผู้สื่อข่าว
เปสคอฟ กล่าวว่า "เรารู้เช่นกันว่าข้อกล่าวหาต่างๆเหล่านี้ถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิงจากตัวแทนของสาธารณรัฐประชาชนจน เรื่องมันเป็นแบบนี้"
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน หลิว เผิงอี๋ว์ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำวอชิงตัน ตอบโต้ว่า ข้อกล่าวหาของอเมริกา เป็นการบิดเบือนทางการเมืองเพื่อหวังแสวงหาอำนาจครอบงำทางนิวเคลียร์ และหลบเลี่ยงความรับผิดชอบในการปลดอาวุธนิวเคลียร์
หลิวยังเรียกร้องให้อเมริกายืนยันความมุ่งมั่นของ 5 ชาติที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ในการยุติการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ และดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อปกป้องกลไกการปลดอาวุธนิวเคลียร์และการไม่แพร่กระจายอาวุธระหว่างประเทศ
ในเวลานี้ทรัมป์กำลังเรียกร้องกดดันให้จีนเข้าร่วมการเจรจาสนธิสัญญาใหม่ที่จะนำมาทดแทนสนธิสัญญา New START ข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างอเมริกากับรัสเซีย ที่หมดอายุลงไปแล้วเมื่อวันที่ 5 กุมภพันธ์ ทว่า ปักกิ่งปฏิเสธโดยอ้างว่า คลังแสงนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ของตนมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับคลังแสงของอเมริกาและรัสเซีย ซึ่งเป็นสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ใหญ่ที่สุดของโลก
การหมดอายุของสนธิสัญญา โหมกระพือความกังวลในบรรดาผู้เชี่ยวชาญบางส่วน ว่าโลกอาจอยู่บนขอบเหวของการยกระดับการแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมอาวุธคนอื่นๆ มองว่าความวิตกดังกล่าวอาจเลยเถิดจนเกินไป
เพนตากอนอ้างว่า ปัจจุบัน จีนมีหัวรบที่พร้อมใช้งานกว่า 600 ลูก และกำลังขยายกองกำลังนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ รวมทั้งยังคาดว่า จีนจะมีหัวรบเพิ่มเป็นกว่า 1,000 ลูกในปี 2030 สำหรับสหรัฐฯกับรัสเซียนั้น ประมาณการกันว่าปัจจุบันมีหัวรบที่ถูกนำเข้าประจำการพร้อมใช้งานอยู่ฝ่ายละราวๆ 1,700-1,800 หัวรบ
(ที่มา:รอยเตอร์/mgronline)

