วงการสีกากีร่วมไว้อาลัย ปิดตำนานนักสืบชั้นครู 'พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์' อดีต ผบช.น. และมือปราบสืบเหนือ-สืบใต้ชื่อดัง เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 89 ปี เปิดเส้นทางยอดนักสืบผู้สร้างประวัติศาสตร์พิชิตคดีเรียกค่าไถ่และกวาดล้างมือปืนรับจ้างจนโจรเกรงขามทั่วแผ่นดิน พร้อมส่งต่อวิชานักสืบให้ทายาทมือปราบรุ่นหลังจนถึงปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. เพจ "สืบนครบาล IDMB" ออกมาโพสต์ข้อความอาลัยตำนานนักสืบ "พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์" อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และตำนานมือปราบ "สืบเหนือ สืบใต้" เสียชีวิตลงด้วยโรคชราในวัย 89 ปี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บ้านพักส่วนตัว โดยทางเพจได้ระบุข้อความเส้นทางของยอดนักสืบว่า
"ปิดตำนาน “มือปราบสืบเหนือ สืบใต้”
พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ มือปราบที่ทั้งโจรเหนือและโจรใต้เกรงขาม
.
พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ ตำนานสืบเหนือ สืบใต้
มือปราบที่ทั้งโจรเหนือและโจรใต้ต่างเกรงขาม
.
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 13.00 น.
พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ อายุ 89 ปี อดีต ผบช.น. เสียชีวิตลงด้วยโรคชรา ภายในบ้านพัก
.
ถ้ามีสิงห์เหนือก็ต้องเจอเสือใต้ แต่สำหรับ พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ คือบุคคลที่ทั้งโจรเหนือและโจรใต้ ต่างเกรงขาม ด้วยฝีมือการปราบปรามอย่างเด็ดขาด
.
[ ประวัติการศึกษา ]
พล.ต.ท.ทวีฯ มีเลือดเนื้อเชื้อไขตำรวจเต็มตัว เพราะเป็นลูกชาย พ.ต.ต.สม ทิพย์รัตน์ มีส่วนทำให้เลือกทางเดินเจริญรอยตามผู้เป็นบิดา พื้นเพเดิมอยู่จังหวัดเชียงใหม่ หลังจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนเชียงรายสามัคคีเลยเริ่มเบนเข็มชีวิตมุ่งสู่เมืองกรุงศึกษาต่อที่โรงเรียนไพศาลศิลป์
.
ปี 2503 เข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจสะสมวิชาผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สมความตั้งใจจนจบรุ่นที่ 16 มีเพื่อนร่วมรุ่นประสบความสำเร็จในเส้นทางสีกากีมากมาย อาทิ พล.ต.อ.อัยยรัช เวสสะโกศล พล.ต.อ.สมชาย วาณิชเสนี พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ และ พล.ต.ต.พีรพล สุนทรเกตุ
.
[ ประวัติการรับราชการ ]
รับราชการครั้งแรกตำแหน่งผู้บังคับหมวดอยู่ศูนย์ฝึกไชยะ จังหวัดปัตตานี ก่อนเข้ารับการอบรมหลักสูตรหน่วยจู่โจม “เสือคาบดาบ” ของหน่วยรบพิเศษป่าหวาย จังหวัดลพบุรี และหลักสูตรการรบแบบกองโจรที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ทำงานปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ภาคใต้
.
พล.ต.ท.ทวีฯ ทำงานป้องกันผืนแผ่นดินเกิดอยู่ที่ปัตตานีนานกว่า 7 ปี ผู้บังคับบัญชาจึงตอบแทนคุณงามความดีให้ขึ้นเป็น “สารวัตรสืบเหนือ” หน่วยงานนักสืบที่โจรร้ายทั่วประเทศได้ยินชื่อแล้วต้องสะท้าน ปฏิบัติหน้าที่เป็นนักสืบเต็มตัว จนเลื่อนขึ้น “รองผู้กำกับการ” และ "ผู้กำกับการสืบเหนือ” พิชิตคดีสำคัญในพื้นที่มากมาย เช่น คดีคนร้ายเจาะเซฟธนาคารชื่อดัง สาขาราชดำเนิน กวาดเงินไปถึง 9 ล้านบาท คดีลักเครื่องลายครามในพระตำหนัก จังหวัดเชียงใหม่ ที่คนร้ายนำของกลางมาขายในกรุงเทพฯ และคดีขโมยงาช้างบ้านผู้ใหญ่
.
ผลงานยอดเยี่ยม จนได้ขยับขึ้นเป็น รองผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครบาลเหนือ “รองผู้การเหนือ” และข้ามฝั่งเป็นรองผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ “รองผู้การใต้” ตามจับคนร้ายชิงทรัพย์คนรับใช้บ้านพล.อ.ประจวบฯ เพียงไม่กี่วัน จนผู้ใหญ่เห็นฝีมือ เสนอชื่อก้าวติดยศ “นายพล” ตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ “ผู้การใต้”
.
หลังพ้นเก้าอี้ “ผู้การใต้” โดนคลื่นมรสุมกระแทกออกนอกหน่วยเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แต่ยังได้รับโอกาสจาก พล.ต.ท.ธนู หอมหวล ผู้บัญชาการสอบสวนกลางในสมัยนั้น ให้ทำหน้าที่เป็น “หัวหน้าชุดเฉพาะกิจปราบปรามมือปืนรับจ้าง” ตามกวาดล้างนักฆ่าอาชีพทั่วประเทศ
.
ย้ายกลับเข้านครบาลอีกครั้ง ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ก่อนไปคุมคุมจเรตำรวจ แต่มีผู้ใหญ่เห็นความสามารถ จึงดึงกลับมานั่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอีกหน
.
ก่อนที่ปีสุดท้ายของชีวิตราชการ ได้รับความไว้วางใจครั้งใหญ่จาก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อธิบดีกรมตำรวจให้นั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กระทั่งเกษียณอายุเมื่อปี พ.ศ. 2541
.
พล.ต.ท.ทวีฯ ได้ผลิตทายาทนักสืบรุ่นหลัง ที่ปัจจุบันเป็นมือปราบประดับวงการสีกากีหลายคน อาทิ พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา พล.ต.ต.สมคิด บุญถนอม พ.ต.อ.ฉัตรกนก เขียวแสงส่อง และ พ.ต.อ.สิทธิพร โนนจุ้ย เป็นต้น
.
[ ความรู้สึกต่ออาชีพตำรวจนักสืบ ]
“ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จในชีวิตราชการไม่น้อย โดยเฉพาะได้ทำหน้าที่สืบสวนปราบปราม เหมือนที่วาดฝันไว้ในสมัยเด็กตอนเห็นพ่อเป็นตำรวจ กลายเป็นแรงผลักดันให้เราเกิดความสนใจอยากรู้ว่า ตำรวจจับผู้ร้ายได้อย่างไร พยายามจดจำรายละเอียดและติดตามการทำงานของพ่อมาตลอด
.
ผมถือว่าการสืบสวนเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง มันมีศิลปะในตัวของมัน เพราะนอกจากศาสตร์อย่างอื่นแล้ว ต้องสนใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงาน ต้องกว้างขวาง รู้จักคนทุกวงการ ศึกษาแผนประทุษกรรมของคนร้ายให้ได้ เนื่องจากสมัยนั้นเทคโนโลยียังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนปัจจุบัน จำเป็นต้องเอาระบบสายลับเข้ามาช่วยงานสืบสวนมากกว่า” พล.ต.ท.ทวีฯ เล่าความหลัง
.
พล.ต.ท.ทวีฯ อธิบายเพิ่มเติมว่า “ความยากง่ายของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน มันเป็นศิลปะ ไม่มีรูปแบบแน่นอนตายตัว ไม่จำเป็นต้องเดินจาก ก.ไก่ ข.ไข่ อาจจะเดินจาก ฮ.นกฮูกเข้ามาหา ก.ไก่ ก็ได้ หรือจากตรงกลางไปหาจุดเริ่มต้นก็ได้ อยู่ที่พยานหลักฐานกับความสนใจในการแสวงหาข้อเท็จจริงถึงจะประสบความสำเร็จ
.
พอมีเทคโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น ทั้งกองพิสูจน์หลักฐาน กองทะเบียนประวัติอาชญากร สถาบันนิติเวช ประกอบกันเป็นนิติวิทยาศาสตร์ พวกผมก็ต้องเข้าไปเรียนรู้ ตั้งแต่การหาลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ การตรวจดีเอ็นเอ การนำคอมพิวเตอร์มาใช้สืบสวน ตรวจสอบประวัติอาชญากร การผ่าชันสูตรพลิกศพ พิสูจน์กระเพาะอาหารของคนตายเพื่อเป็นแนววิเคราะห์ที่มาที่ไปของรูปคดี”
.
[ ปิดเรียกค่าไถ่ได้ คือ ความสำเร็จสูงสุดของชีวิตราชการ ]
พล.ต.ท.ทวี บอกว่า “เมื่อก่อนคดีเรียกค่าไถ่เกิดขึ้นถี่มาก ตำรวจต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือตัวประกันให้ปลอดภัย นอกจากความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่แล้วยังสะเทือนขวัญต่อประชาชนด้วย ถ้าช่วยเหยื่อได้ก็จะถือว่าเป็นความสำเร็จสูงสุด
.
คดีแรกที่ทำสมัยเป็นสารวัตรที่สืบเหนือในฐานะลูกมือของ พ.ต.อ.เจริญ โชติดำรงค์ ผู้กำกับสืบเหนือยุคนั้น เป็นคดีเรียกค่าไถ่ลูกชายเจ้าของลูกชิ้นศรีย่านถูกคนงานจับตัวไป ดังเป็นข่าวครึกโครม พวกเราคลี่คลายจนสามารถจับกุมคนร้ายและยังช่วยตัวประกันมาได้อย่างปลอดภัย
.
อีกคดีเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 คนร้ายจับหลานสาวนายแพทย์ จากบ้านย่าน ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เรียกค่าไถ่ 3 ล้านบาท ทีมตำรวจสืบเหนือใช้เวลาเพียง 7 วัน สามารถช่วยเหลือเด็กออกมาได้พร้อมจับกุมคนร้ายทั้งหมด เป็นภาพที่ผมประทับใจมากที่สุด เมื่อแม่กับลูกโผเข้าหากัน แล้วพูดว่า เหมือนตายแล้วได้กลับมาพบกันอีก
.
ถัดมาอีกปีมีการจับตัวเด็กหญิงลูกเจ้าของร้านขายนก เรียกค่าไถ่ 3 ล้านบาท สมัยนั้น พล.ต.อ.สุวรรณ รัตนชื่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีคำสั่งเฉียบขาดว่า ต้องได้ตัวประกันกลับคืนมาอย่างปลอดภัยและจับเป็นคนร้ายให้ได้
.
พวกผมวางแผนกันอย่างเคร่งเครียดแข่งกับเวลา ทำกันนานประมาณ 10 วัน ก็ประสบความสำเร็จ โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อและเงินทองสักบาทเดียว
.
นี่แหละที่ผมอยากบอกว่า ตำรวจที่เข้าไปคลี่คลายคดีภูมิใจมากขนาดไหน” พล.ต.ท.ทวีฯ ถ่ายทอดความรู้สึกให้ฟัง
.
[ คดีมือปืนรับจ้าง ปัญหาใหญ่ในอดีต ]
ในอดีต คดีประเภทมือปืนรับจ้างก็เป็นปัญหาใหญ่ไม่แพ้กัน คนร้ายที่รับงานมาทำหวังเพียงผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงผู้สูญเสีย ความรู้สึกของญาติพี่น้องผู้สูญเสีย ผมกับทีมสืบเหนือและสืบใต้จำเป็นต้องจับตายไปหลายศพ ทั้งที่ไม่ใช่นโยบายของผู้ใหญ่ แต่สัญชาตญาณของมือปืน มักไม่ยอมให้จับเป็น เช่น นายทองย้อย รุ่งเพชร มือปืนเมืองเพชร และนายประยงค์ ฉายามือปืนร้อยศพที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยมทารุณ ฆ่าคนแล้วยังชอบปล้นและจับลูกเมียชาวบ้านไปข่มขืนอีกด้วย
.
อีกทั้ง คดีคนร้ายชาวต่างชาติเข้ามาก่ออาชญากรรมในกรุงเทพฯ สมัยก่อนอุกอาจมาก ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ปล้นทรัพย์ในเขตสืบใต้ ถูกจับขึ้นศาล พรรคพวกที่เหลือโผล่ไปชิงตัวผู้ต้องหาถึงในศาล ใช้ระเบิดขว้างจนเจ้าหน้าที่บาดเจ็บหลายคนก่อนเอาตัวจำเลยหนีไปได้
.
วันนั้นถ้าเข้าไปช้านิดเดียว มีตำรวจตายแน่ แค่ไม่ถึงนาทีเกิดเสียงปืนดังสนั่น ผมรีบวิ่งไปข่วย เห็นลูกน้องปลอดภัยแล้วก็โล่งใจ” มันเป็นอีกคดีสำคัญที่อดีตนักสืบชั้นครูของเมืองหลวงไม่เคยลืม
.
[ ฝากถึงน้องๆนักสืบรุ่นใหม่ ]
พล.ต.ท.ทวีฯ ฝากถึงน้องๆนักสืบรุ่นใหม่ ว่า “จุดเริ่มต้นของตำรวจ โดยเฉพาะโรงเรียนนายร้อยตำรวจ หรือโรงเรียนพลตำรวจ ควรเชิญผู้ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละฝ่ายไปบรรยายถ่ายทอดประสบการณ์การสืบสวนให้นักเรียนฟัง หมือนปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นนักสืบให้เด็กรุ่นใหม่ได้ซึบซับตั้งแต่ยังอยู่ในรั้วสถาบันตำรวจ
.
การสืบสวนไม่ใช่โดดเด่นเพียงคนเดียว ต้องใช้ทีมเวิร์ก ผู้บังคับบัญชาต้องเป็นผู้นำที่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชา นำไปสู่กระบวนการทำงานที่ดี ทำอะไรให้ถูกต้อง มีพยานหลักฐาน ปลุกขวัญกำลังใจให้กับตำรวจที่ทำงานลำบากเหน็ดเหนื่อย
.
ตอนผมขึ้นเป็นผู้บัญชาการ ได้เน้นกองสืบสวนเป็นหลัก พยายามวางตัวผู้ที่มีความรู้ความสามารถเรื่องงานสืบสวนไปเป็นหัวหน้าของแต่ละกองกำกับเพื่อให้เป็นผู้นำที่ดีของการสืบสวน สามารถประสบความสำเร็จเมื่อมีคดีเกิดขึ้น ถ้าผู้นำไม่มีความรู้จะนำลูกน้องไม่ได้ เพราะไม่เข้าใจ นักสืบต้องเข้าใจซึ่งกันละกัน การปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา อย่าถือระเบียบข้อบังคับมากนัก เพราะ ผู้ใต้บังคับบัญชาอาจไม่ค่อยให้ความร่วมมือ”
.
และต้องจำไว้ด้วยว่า หัวใจหลักของนักสืบอยู่ที่ความสนใจของคน แต่ละเรื่องที่เกิดขึ้น จะนำไปสู่ประสบการณ์การทำงาน มองตัวอย่างจากแต่ละคดี ทำอย่างไรถึงจับคนร้ายแล้วเข้าไปศึกษา”
.
ถึงแม้ พล.ต.ท.ทวีฯ จะเกษียณมานานแล้ว ยังคงเป็นห่วงลูกน้องเสมอ คอยโทรไปสอบถามเวลามีคดีลึกลับซับซ้อน และเมื่อประสบความสำเร็จก็จะแสดงความยินดี ให้กำลังใจตลอด
.
ด้วยจิตคารวะ
สืบนครบาล"

