รอยเตอร์ – ทรัมป์เผยจะเข้าร่วมถกโครงการนิวเคลียร์อิหร่านทางอ้อม เชื่อเตหะรานเรียนรู้ผลลัพธ์จากความดื้อดึงในอดีตและต้องการบรรลุข้อตกลง ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยันพร้อมทำข้อตกลงที่เป็นธรรมและเท่าเทียม แต่จะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่ ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านเปิดฉากซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวขณะอยู่บนเครื่องบินประจำตำแหน่งแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันจันทร์ (16 ก.พ.) ว่า จะเข้าร่วมการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานทางอ้อม และเสริมว่า การเจรจาดังกล่าวที่กำหนดไว้ในวันอังคาร (17 ก.พ.) ที่เจนีวามีความสำคัญมาก
อเมริกาและอิหร่านฟื้นการเจรจาเมื่อต้นเดือนโดยหวังว่า จะสามารถจัดการความขัดแย้งยาวนานหลายสิบปีเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานที่วอชิงตันและชาติตะวันตกอื่นๆ รวมถึงอิสราเอลเชื่อว่า มีเป้าหมายในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่เตหะรานยืนกรานว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ
เมื่อถูกซักถามเกี่ยวกับแนวโน้มการบรรลุข้อตกลง ทรัมป์ตอบว่า อิหร่านอาจพยายามทำให้การเจรจายากลำบาก แต่ขณะเดียวกันก็เรียนรู้แล้วว่า ผลลัพธ์ของจุดยืนแข็งกร้าวคืออะไร หลังจากถูกอเมริกาทิ้งระเบิดถล่มที่ตั้งทางนิวเคลียร์เมื่อกลางปีที่แล้ว
สถานการณ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดมากขึ้น หลังจากอเมริกาส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองไปยังตะวันออกกลาง เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังเผยว่า กองทัพเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจกินระยะเวลานานหากการเจรจาไม่สำเร็จ
นอกจากนั้นเมื่อวันจันทร์ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านยังเริ่มซ้อมรบภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างชาญฉลาด” เพื่อทดสอบความพร้อมในการปกป้องช่องแคบดังกล่าว โดยใช้ความได้เปรียบด้านภูมิรัฐศาสตร์ในอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน
ก่อนหน้านี้ เตหะรานย้ำว่า จะปิดช่องแคบฮอร์มุซหากถูกโจมตี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการจัดส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของทั่วโลก และดันราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นรุนแรง
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันของประเทศในแถบอ่าวอาหรับที่ขณะนี้พยายามเรียกร้องให้อเมริกาและอิหร่านใช้แนวทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง
วันเดียวกันนั้น หน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนของอิหร่านจัดซ้อมรับมือเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลในฮับพลังงานของเขตเศรษฐกิจพิเศษพาร์สทางใต้ของประเทศ
ทั้งนี้ ก่อนที่อเมริกาจะร่วมกับอิสราเอลโจมตีที่ตั้งทางนิวเคลียร์ของอิหร่านในเดือนมิ.ย. การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์หยุดชะงักจากการที่วอชิงตันเรียกร้องให้เตหะรานยุติการเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งอเมริกามองว่า จะนำไปสู่การผลิตอาวุธนิวเคลียร์
สำหรับรอบนี้ วอชิงตันต้องการขยายการเจรจาครอบคลุมประเด็นอื่นๆ นอกจากนิวเคลียร์ เช่น สต็อกขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่เตหะรานยืนยันว่า จะหารือเกี่ยวกับการจำกัดโครงการนิวเคลียร์แลกเปลี่ยนกับการผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชันเท่านั้น และจะไม่ยุติการเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียม รวมทั้งไม่คุยเรื่องศักยภาพนิวเคลียร์
มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ระหว่างเยือนฮังการีว่า การบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเป็นเรื่องยาก เนื่องจากต้องรับมือกับผู้นำทางศาสนานิกายชีอะห์หัวรุนแรงที่ตัดสินใจโดยอิงกับหลักการเทววิทยา ไม่ใช่ภูมิรัฐศาสตร์
ทางด้านอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์บนเอ็กซ์ว่า การที่ตนเดินทางไปเจนีวาก็เพื่อบรรลุข้อตกลงที่เป็นธรรมและเท่าเทียม และอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่
อิหร่านยืนยันว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนมีวัตถุประสงค์ด้านพลเรือน และพร้อมคลายความกังวลเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ด้วยการสร้างความมั่นใจว่า การเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ
อารักชียังหารือกับราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) เมื่อวันจันทร์ เกี่ยวกับการร่วมมือกับไอเออีเอ ตลอดจนถึงมุมมองทางเทคนิคของเตหะรานเกี่ยวกับการเจรจานิวเคลียร์กับอเมริกา
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ไอเออีเอพยายามเรียกร้องให้อิหร่านให้ข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง 440 กก. ภายหลังที่ตั้งทางนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกอเมริกาและอิสราเอลโจมตีเมื่อกลางปีที่แล้ว รวมทั้งขอให้อิหร่านเปิดทางให้ไอเออีเอกลับเข้าตรวจสอบอย่างเต็มที่ ซึ่งรวมถึงโรงงานนิวเคลียร์หลักสามแห่งที่ถูกโจมตีคือ นาทานซ์ ฟอร์โดว์ และอิสฟาฮาน

