สตูล – เจาะลึกสตูลโมเดล โครงการยักษ์ใหญ่ “ก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม พื้นที่ชุมชนเมืองสตูล ระยะที่ 1” งบประมาณ 197 ล้านพ่นพิษ ทำชาวบ้านสำลักฝุ่น-ขาดรายได้ ส่อเค้าพับโครงการบางส่วน
วันนี้ (17 ก.พ.) กลายเป็นมหากาพย์ความทุกข์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก สำหรับโครงการยักษ์ใหญ่ “ก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม พื้นที่ชุมชนเมืองสตูล ระยะที่ 1” ที่มีงบประมาณสูงถึง 197,800,000 บาท ของกรมโยธาธิการและผังเมือง หลังการก่อสร้างเกิดปัญหาหยุดชะงักนานกว่า 3 เดือน ทิ้งไว้เพียงซากถนน ขุมนรกจราจร และหยาดน้ำตาของพ่อค้าแม่ค้าชุมชนหลังโรงพักที่ขาดรายได้ประทังชีวิต
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณถนนยาตราสวัสดี ชุมชนหลังโรงพัก พบสภาพการจราจรที่ถูกปิดกั้น และช่องทางสัญจรที่คับแคบจนรถลูกค้าไม่สามารถเข้าถึงร้านค้าได้ ด้าน นางกฤษณี ยวงทอง อายุ 73 ปี เจ้าของร้านอาหารสัตว์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีการขุดวางท่อระบายน้ำ ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไปทันที ค้าขายไม่ได้มาหลายเดือนแล้ว รถผ่านไม่ได้ ลูกค้าก็หายหมด บางวันไม่มีเงินแม้แต่จะจ่ายค่าจ้างลูกน้อง ข้าวของเสียหายหมดอายุ
เช่นเดียวกับ นางสุพัตรา หนูนวล เจ้าของร้านข้าวแกงในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจนแทบจะต้องปิดกิจการ เนื่องจากฝุ่นละอองและการปิดเส้นทางจราจรทำให้ไม่มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนเหมือนเก่า ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าร้านค่าน้ำค่าไฟ ค่ากินรายวันก็หดหาย ลําบากมาก
ขณะเดียวกันจากการประชุมหารือร่วมกันที่ สภ.เมืองสตูล ชั้น 2 โดยมี ผกก.สภ.เมืองสตูล เป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างชาวบ้าน ผู้นำชุมชน และตัวแทนจาก สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสตูล เพื่อหาทางออกในวิกฤตครั้งนี้ นายประเสริฐ เลิศเดชานนท์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสตูล ยอมรับกลางที่ประชุมว่า มีปัญหาเกิดขึ้นจริงใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การก่อสร้างที่ไม่ตรงตามสัญญา: ผู้รับจ้าง (บริษัท เอส ซี จี 1995 จำกัด) ดำเนินการไม่ถูกต้องตามรูปแบบและสัญญาจ้าง ทำให้ต้องมีการสั่งแก้ไข และกลุ่มชาวบ้านส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว จนนำไปสู่การสั่งระงับงานชั่วคราวในบางจุด เช่น บริเวณสามแยกถนนยาตราสวัสดีไปหน้าเรือนจำ และหน้าโรงพยาบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารเพื่อพิจารณายกเลิกโครงการในบางจุดที่ประชาชนไม่เห็นชอบ แต่ต้องระวังว่าหากตัดส่วนใดส่วนหนึ่งไปอาจกระทบต่อระบบระบายน้ำในภาพรวม
ด้าน พ.ต.อ.สุรจิต เพชรจอม ผกก.สภ.เมืองสตูล เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานีตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งเรื่องอุบัติเหตุและความเดือดร้อนในการทำกิน จึงได้ประสานให้เปิดช่องทางจราจร 1 ช่องทาง แต่อาจยังไม่ตอบโจทย์ชาวบ้าน แนวทางแก้ไขคือในวันพุธที่กำลังจะถึงนี้ เวลา 16.00 น. จะมีการจัดทำประชาคมครั้งใหญ่ เพื่อกำหนดเส้นทางจราจรใหม่ (One-way) ว่าจะเป็นขาเข้าหรือขาออก เพื่อให้ชาวบ้านค้าขายได้สะดวกที่สุด พร้อมกำชับผู้รับเหมาต้องซ่อมแซมพื้นผิวถนนให้ปลอดภัยก่อนเปิดใช้งาน
ทั้งนี้ ข้อมูลจากป้ายโครงการระบุชัดเจนว่า บริษัท เอส ซี จี 1995 จำกัด เป็นผู้รับจ้าง เริ่มสัญญาเมื่อ 8 ก.พ. 2567 และจะสิ้นสุด 6 มิ.ย. 2569 โดยมีค่าปรับผิดสัญญาถึง วันละ 197,800 บาท คำถามที่สังคมกำลังจับตามองคือ ความคุ้มค่า และ การวางแผน ของกรมโยธาธิการฯ ว่าเหตุใดโครงการระดับนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถึงมาสะดุดขาตัวเองจนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในระดับฐานรากเช่นนี้
ซึ่งในวันพุธนี้ ผลการทำประชาคมจะเป็นตัวชี้วัดว่า “โครงการระบายน้ำหลัก” จะเดินหน้าต่อหรือจะถูกหั่นงบพับโครงการบางส่วนทิ้ง

