ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯในแคริบเบียน ในนั้นรวมถึงการลักพาตัวนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ใช้เงินภาษีของประชาชนชาวอเมริกาไปเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์และกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก
กองทัพเรือสหรัฐฯยังคงประจำการอยู่นอกชายฝั่งเวเนซุเอลา ตามคำกล่าวอ้างเพื่อการเปลี่ยนถ่ายอำนาจ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งให้ลักพาตัว มาดูโร และภรรยาของเขา ในช่วงต้นเดือนมกราคม เวลานี้ทั้ง 2 คนอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของอเมริกาในนิวยอร์ก เผชิญการฟ้องร้องคดีตามข้อกล่าวหาก่อการร้ายยาเสพติด, นำเข้าโคเคนและความผิดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอาวุธ ข้อกล่าวหาที่พวกเขาปฏิเสธ
ทั้งนี้กองทัพสหรัฐฯ ซึ่งประจำการกองกำลังอยู่ทั่วตอนใต้ของแคริบเบียนและทางตะวันออกของแปซิฟิกมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ในสิ่งที่กล่าวอ้างเบื้อต้นว่าเป็นภารกิจต่อต้านยาเสพติด ได้กำหนดมาตรการปิดล้อมเวเนซุเอลาบางส่วน เพื่อรับประกันว่าพวกเจ้าหน้าที่ที่เหลือของเวเนซุเอลาจะยอมทำตามความต้องการ ขณะที่ทรัมป์พูดอย่างเปิดเผยว่า อเมริกาจะกำกับดูแลประเทศแห่งนี้ ไปจนถึงการเปลี่ยนถ่ายอำนาจด้วยความรอบคอบจะเสร็จสมบูรณ์
ทำเนียบขาวอ้างว่าปฏิบัติการเวเนซุเอลาไม่ได้ใช้งบประมาณจากเงินภาษีของประชาชนเพิ่มเติม สืบเนื่องจากกองกำลังที่เกี่ยวข้องนั้น เป็นกองกำลังที่ประจำการอยู่ก่อนแล้ว แต่ทางสำนักข่าวบลูมเบิร์กคำนวณบนพื้นฐานค่าใช้จ่ายรายวันของกองทัพเรือ พบว่าต้นทุนของปฏิบัติการสำหรับเรือหลายสิบลำ ฝูงบินขับไล่ ฝูงโดรนและกองเรือโลจิสติกส์ พีคสุดอยู่ที่มากกว่า 20 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม ทำให้ยอดรวมนับตั้งแต่เริ่มประจำการ กองทัพสหรัฐฯใช้งบประมาณในปฏิบัติการนี้ไปแล้วกว่า 2,900 ล้านดอลลาร์(ราว 90,000 ล้านบาท)
รายงานของบลูมเบิร์กระบุว่าเฉพาะค่าใช้จ่ายสำหรับกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตียูเอสเอส ฟอร์ด อยู่ที่ราวๆ 11.4 ล้านดอลลาร์ต่อวันแล้ว ในนั้นรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านโลติสติกส์ ข่าวกรอง, การสนับสนุนไซเบอร์ และการฝึกซ้อมขั้นตอนการปฏิบัติงานจริง
ค่าใช้จ่ายพื้นฐานส่วนใหญ่อยู่ภายใต้งบประมาณกลาโหมที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ด้วยปฏิบัติการสู้รบเพิ่มเติม ประมาณการว่าค่าใช้จ่ายสำหรับปีนี้น่าจะสูงกว่าที่คาดหมายไว้อย่างมาก ตามรายงานของบลูมเบิร์ก
อย่างไรก็ตามเวเนซุเอลา มีแหล่งสำรองน้ำมันดิบที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว อยู่ประมาณ 303,000 ล้านบาร์เรล หรือราวๆ 17% ของแหล่งสำรองน้ำมันดิบโลก สหรัฐฯทำหน้าที่เป็นนายหน้าขายน้ำมันดิบให้แก่รัฐบาลชั่วคราวของเวเนซุเอลาไปแล้วกว่า 50 ล้านบาร์เรล และใช้การปรากฏตัวทางทหาร รับประกันว่ารายได้ที่ได้มากนั้น จะถูกบริหารจัดการภายใต้เงื่อนไขของวอชิงตัน
ถ้อยแถลงของทรัมป์เมื่อเร็วๆนี้ บ่งชี้ว่าสหรัฐฯจะยังคงประจำการทางทหารในแถบนี้ต่อไป โดยบอกว่ามันจะถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนไปยังตัวละครอื่นๆในภูมิภาค นอกเหนือจากเวเนซุเอลาแล้ว ผู้นำสหรัฐฯยังเคยเอ่ยปากขู่โคลอมเบีย เม็กซิโก คิวบาและปานามา กล่าวอ้างเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด คนเข้าเมืองผิดกฎหมายและการควบคุมทางยุทธศาสตร์ เขาไม่ตัดความเป็นไปได้ของการใช้ปฏิบัติการทางบกเพิ่มเติม
การกระทำของวอชิงตันที่มีต่อเวเนซุเอลา เรียกเสียงประณามอย่างกว้างขวางจากนานาชาติ ในนั้นรวมถึงรัสเซีย โดย เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย บอกว่า "เป้าหมายของอเมริกาคือการครอบงำเศรษฐกิจโลก" และ "ควบคุมเส้นทางทั้งหมดที่ป้อนพลังงานแก่บรรดาชาติต่างๆทั่วโลกและในทุกทวีป"
(ที่มา:บลูมเบิร์ก/อาร์ทีนิวส์)

