xs
xsm
sm
md
lg

ส่องดรามาเมนูทิพย์-งบหัวละ 27 บาท “ไข่-ผลไม้” หาย! โรงเรียนบนดอยลำปางโต้-ป.ป.ช.ช่วยยัน สุ่มตรวจแล้วดีกว่า ร.ร.ในเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ลำปาง - โรงเรียนบนดอยลำปางโต้ทำอาหารเหมาะสมกับงบประมาณ หลังชมรม Strong ต้านทุจริตภาคเหนือโพสต์ถามแรง..ทำเมนูทิพย์? อาหารกลางวันเด็กงบหัวละ 27 บาท แต่ “ไข่-ผลไม้” หาย ด้าน ป.ป.ช.ยันอีกเสียงสุ่มตรวจแล้วเหมาะสมและทำได้ดีกว่าบางโรงเรียนในเมืองด้วยซ้ำ


หลังเพจชมรม Strong ต้านทุจริตภาคเหนือได้ลงข้อความสอบถามไปยังโรงเรียนแม่ส้าน ซึ่งเป็นโรงเรียนบนดอยสูง พื้นที่ อบต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยระบุว่า..เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดรามาในกลุ่มผู้ปกครอง แต่มันคือคำถามตรงๆ ต่อ “ความโปร่งใส” ของงบประมาณอาหารกลางวันเด็ก โรงเรียนบ้านแม่ส้าน ซึ่งมีนักเรียน 69 คน งบอาหารกลางวันหัวละ 27 บาท คำนวณง่ายๆ 69 × 27 บาท = 1,863 บาทต่อวัน เกือบ 2,000 บาทต่อมื้อ สำหรับเด็กไม่ถึง 70 คน

คำถามคือ..ควรได้อาหารคุณภาพระดับไหน? สิ่งที่ผู้ปกครองร้องเรียนพบความผิดปกติหลายจุด เริ่มตั้งแต่ รายการเมนูไม่ตรงปก ซึ่งตรวจสอบพบว่าเมนูที่แจ้ง : ข้าวสวย + น้ำพริกอ่องหมู + ไข่ต้ม + ผักเคียง + แอปเปิล แต่ของจริงที่เด็กได้รับ : มีเพียง “น้ำพริกอ่อง” ที่เห็นแต่มันหมูไม่มีไข่ต้ม ไม่มีผลไม้ คำถามคือ วัตถุดิบที่เบิกจ่ายไป อยู่ตรงไหน?
ส่วนปริมาณก็น้อย คุณภาพต่ำ อาทิ ผัดซีอิ๊วแทบไม่มีเนื้อหมู สภาพอาหารดูไม่น่ารับประทาน เด็กหลายคนบ่นว่ากินไม่อิ่ม เลิกเรียนกลับบ้านด้วยความหิว เด็กกำลังโต ต้องการสารอาหารครบถ้วน นี่ไม่ใช่เรื่อง “เรื่องมาก” แต่มันคือพื้นฐานของพัฒนาการ

ประเด็นที่ต้องตรวจสอบ เงินวันละ 1,863 บาท ถ้าบริหารจัดการอย่างโปร่งใสและรอบคอบ ทำไข่ต้มคนละฟองได้หรือไม่?จัดผลไม้ตามฤดูกาลได้หรือไม่? ทำอาหารที่มีโปรตีนเพียงพอได้หรือไม่? คำตอบในเชิงต้นทุนคือ “ทำได้” แต่ถ้าของจริงไม่ตรงกับงบ แปลว่ามีจุดรั่วไหลบางอย่าง และเงินแผ่นดินทุกบาทคือภาษีประชาชน

เรื่องนี้ต้องไม่เงียบ ขอเรียกร้องให้ สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดลำปาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง หน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน ถ้าไม่มีความผิดปกติก็ต้องชี้แจงให้ชัด ถ้ามีการทุจริตต้องดำเนินการตามกฎหมาย เด็กบนดอยไม่ควรถูกมองว่า “ไกลหูไกลตา” เพราะความซื่อสัตย์ไม่มีระยะทางและความรับผิดชอบไม่มีข้อยกเว้น งบอาหารกลางวันไม่ใช่เงินใครคนใดคนหนึ่ง แต่คืออนาคตของเด็กไทย


ต่อมาผู้ทำอาหารให้กับโรงเรียนดังกล่าว ได้โพสต์ให้ข้อมูลในคอมเมนต์ว่า “ดูความเป็นจริงด้วยนะคะ ถ่ายรูปอะไรก็ให้อาหารอยู่ในถาดครบก่อนค่ะ ไม่ใช่จะเล่นงานอะไรแบบนี้ ความเป็นจริงค่าอาหารกลางวันตกคนละ 27 บาท นักเรียนตอนนี้มี 56 คน ตกวันละ 1,512 บาท บ้านอยู่บนดอยใช้เวลาเดินทางไปซื้อของในเมืองไปกลับเกือบ 180 กม. อาทิตย์หนึ่งลงไปซื้อของแค่รอบเดียว เพราะเราก็ต้องเซฟงบประมาณด้วย แล้วในยุคนี้ค่ะ ข้าวของก็แพงทำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้วไหมคะ เฉลี่ยอาทิตย์หนึ่งถ้ามีเมนูไหนแพงก็ทำไป อีกวันก็จะเป็นเมนูผักหรือเส้นจะถูกลงมาหน่อย” พร้อมลงรูปอาหารที่ให้บริการเด็กนักเรียนด้วย จากนั้นก็มีคนเข้ามาให้กำลังใจ รวมถึงซักถามกันเกี่ยวกับอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนกันอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง อบต.บ้านดงเกี่ยวกับงบประมาณดังกล่าว ได้รับการชี้แจงว่า อบต.เป็นเพียงตัวกลางในการรับโอนเงินค่าอาหารจากกระทรวงศึกษาฯแล้วส่งต่อให้กับโรงเรียนไปดำเนินการเอง โดย อบต.ก็จะเข้าไปตรวจดูว่าทางโรงเรียนได้ดำเนินการที่เขียนเสนอแผนมาให้หรือไม่เท่านั้น ไม่ได้มีส่วนในการจัดซื้อจัดหาอาหารให้กับโรงเรียนแต่อย่างใด

ล่าสุดทางโรงเรียนก็ได้ส่งรูปรายการอาหารที่โรงเรียนจัดให้บริการแก่เด็กนักเรียนมาให้ผู้สื่อข่าวดูถึงเหมาะสมกับราคาที่ได้รับงบประมาณในแต่ละวันคือ 1,512 บาท กับเด็ก 56 คน


อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 67 เคยมีการร้องเรียนมาแล้ว 1 ครั้ง สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดลำปางได้สุ่มเข้าไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 พบว่าอาหารกลางวันของเด็กไม่มีปัญหา มีอาหาร ผลไม้ ครบถ้วนเหมาะสมกับงบประมาณ โดยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ลำปางได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ว่า ครั้งที่เข้าไปตรวจไม่ได้แจ้งล่วงหน้าเป็นการสุ่มตรวจเหมือนโรงเรียนอื่นๆ ก็พบว่าผู้ที่รับทำอาหารของโรงเรียนทำอาหารได้ดี และอาจจะดีกว่าโรงเรียนในเมืองบางโรงเสียอีก ที่ในภาพเห็นแกงเขียวหวาน และกล้วยบวชชี ถือว่าเด็กได้เยอะเมื่อเทียบกับจำนวนเงิน เพราะแต่ละสัปดาห์รายการอาหารจะต้องเฉลี่ยกันไป ส่วนเด็กอนุบาลที่เห็นน้อยเพราะครูจะไม่ตักให้เด็กเยอะ แต่จะตักให้ทีละน้อยแล้วเติมจนกว่าจะอิ่ม เพราะหากตักให้เยอะเด็กกินเหลือก็จะทิ้ง

ขณะที่ผลไม้ ส่วนใหญ่จะจัดตาม โปรแกรม Thai School lunch แต่พบว่าผลไม้บางอย่างที่ถูกกำหนดเช่น ส้ม แอปเปิล เด็กบนดอยจะไม่ค่อยชอบกิน แต่ครูต้องซื้อมาให้ตามโปรแกรม และจะใช้วิธีเตรียมไว้ให้หากเด็กคนไหนจะกินก็ให้ไปหยิบเอง เพื่อไม่ให้เสียของ เด็กอนุบาลครูจะให้กินก่อนจนอิ่ม เมื่ออิ่มแล้วจึงเป็นรุ่นพี่มากินต่อ ดังนั้น ป.ป.ช.ยืนยันได้ว่าโรงเรียนแม่ส้านมีการจัดอาหารสำหรับเด็กได้เหมาะสมแล้ว